วันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2551
สรุปงานที่อาจารย์สอน
การจัดการสารสนเทศส่วนบุคคลทุกองค์การทั้งภาครัฐและเอกชนต้องมีการวางแผนด้านต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความสำเร็จในการประกอบกิจการจึงเกิดแนวคิดใหม่ที่เรียกว่า การจัดการสารสนเทศส่วนบุคคล อดีตสารสนเทศที่ได้รับนั้นไม่มีมากเท่ากับในปัจจุบัน ส่วนใหญ่อาศัยกระดาษเป็นหลักมักมีตู้เก็บเอกสารเป็นส่วนประกอบ ยังใช้จนถึงปัจจุบัน เมื่อไมโครคอมพิวเตอร์มีบทบาทในวงการต่าง ๆ แต่ละบุคคลได้รับสารสนเทศมากขึ้น สังคมได้เปลี่ยนแปลงทำให้คนหันมาให้ความสนใจนำคอมพิวเตอร์มาช่วยในการสารสนเทศส่วนบุคคล ระบบการจัดการสารสนเทศส่วนบุคคลในรูปแบบคอมพิวเตอร์มีความแตกต่างทั้งด้านรูปลักษณ์ ระดับความสามารถในการทำงานและราคา แต่มีองค์ประกอบที่เหมือนกับระบบที่ใช้หลักการจัดการฐานข้อมูล คือ ส่วนรับเข้า ส่วนประมวลผล ส่วนแสดงผลประเภทของระบบการจัดการสารสนเทศส่วนบุคคลการจำแนกตามรูปลักษณ์ ได้แก่ ประเภทโปรแกรมสำเร็จ ใช้กับไมโครคอมพิวเตอร์ทั้งใช้งานอิสระและผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ภายในองค์กร ฟังก์ชันการทำงานหลัก ได้แก่ ฟังก์ชันนัดหมาย ฟังก์ชันติดตามงาน และ ฟังก์ชันการติดต่อสื่อสาร ประเภทโปรแกรมสำเร็จที่ใช้ในงานสำนักงานทั่วไป ประเภทอุปกรณ์เฉพาะการจำแนกตามฟังก์ชันการทำงาน ได้แก่ ประเภทพื้นฐาน มีความซับซ้อนน้อย ประกอบด้วยฟังก์ชันที่มีระดับสามารถในการทำงานไม่ซับซ้อน ได้แก่ ฟังก์ชันนัดหมายส่วนบุคคล ฟังก์ชันติดตามส่วนบุคคล และ ฟังก์ชันติดต่อสื่อสารแบบพื้นฐานของผู้มาติดต่อประเภทกึ่งซับซ้อน มีความซับซ้อนมากกว่าระบบที่อยู่ในประเภทพื้นฐาน ประกอบด้วยฟังก์ชั่นทั่วไปทั้งหมดของประเภทพื้นฐานและเพิ่มฟังก์ชันติดตามงานกลุ่มเข้าไปประเภทซับซ้อน เป็นระบบที่มีความซับซ้อนมากที่สุด ประกอบด้วยฟังก์ชั่นทั้งหมดของสองประเภทแรกและเพิ่มฟังก์ชันการติดต่อสื่อสารแบบซับซ้อนทั้งผ่านโทรศัพท์และผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ระบบนัดหมายส่วนบุคคลหรือปฏิทินการทำงานส่วนบุคคลเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่พบในระบบจัดการสารสนเทศส่วนบุคคลโดยทั่วไป มีลักษณะคล้ายสมุดนัดหมายส่วนบุคคลเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการบริหารเวลาให้มีการใช้เวลาได้อย่างคุ้มค่าระบบนัดหมายกลุ่ม เป็นระบบคอมพิวเตอร์ที่ช่วยในการประชุม เป็นการพัฒนาการที่เกี่ยวข้องกับระบบนัดหมายส่วนบุคคล คือเป็นการนำปฏิทินการทำงานในระบบคอมพิวเตอร์ของสมาชิกแต่ละคนมารวมกันและแสดงผลข้อมูลบนหน้าจอคอมพิวเตอร์พร้อมกัน ระบบจะแสดงช่วงเวลาสมาชิกทุกคนมีเวลาว่างพร้อมกันเพื่อผู้ใช้ระบบเลือกเอาเวลาที่เหมาะสมสำหรับการประชุม ระบบติดตามงานส่วนบุคคล เป็นโปรแกรมอรรถประโยชน์ เป็นเครื่องมือที่สำคัญอย่างหนึ่งในการบริหารงานและเวลาของแต่ละบุคคล ปัญหาที่พบในการบริหารเวลาที่พบคือการที่พยายามทำงานให้เสร็จภายในวันเดียว ผัดวันประกันพรุ่งจึงต้องทำงานอย่างเร่งรีบในตอนท้าย ระบบติดตามงานส่วนบุคคลจะช่วยแก้ปัญหาได้โดยเริ่มจากการบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับงานที่ต้องทำเข้าสู่ระบบและจัดลำดับงานตามความสำคัญ ระบบติดตามงานกลุ่ม เป็นการนำระบบติดตามงานส่วนบุคคลมาใช้ประโยชน์ในการบริหารระบบองค์การการที่จะทำให้ระบบติดตามงานกลุ่มสำเร็จนั้น บุคลากรจะต้องใช้ระบบงานส่วนบุคคลในการบริหารงานและเวลาของตนและใช้ระบบเดียวกันเทคโนโลยีพีดีเอ เป็นเทคโนโลยีระบบจัดการสารสนเทศส่วนบุคคลที่สำคัญ เครื่องพีดีเอเป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เฉพาะที่รวมฮาร์ดแวร์และซอฟแวร์ไว้ด้วยกัน พัฒนาขึ้นเพื่อการจัดการสารสนเทศเพียงอย่างเดียวคุณลักษณะของพีดีเอ จะถ่ายโอนข้อมูลจากไมโครคอมพิวเตอร์สู่พีดีเอโดยช่องทางการสื่อสาร อนาคตมีแนวโน้มว่าจะใช้เสียงพูดในการนำข้อมูลเข้าสู่ระบบ เครื่องพีดีเอมีความจำขนาดใหญ่สามารถขยายได้โดยใช้การ์ดพีซี เครื่องพีดีเอมีความสามารถด้านการสื่อสารโดยอาศัยเทคโนโลยีทั้งแบบมีสายและไร้สาย ในปัจจุบันการสื่อสารของพีดีได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สามารถรองรับสารสนเทศทุกรูปแบบได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ฟังก์ชันของเครื่องพีดีเอคือ ฟังก์ชันนัดหมายส่วนบุคคล ฟังก์ชันติดตามงานส่วนบุคคล และ ฟังก์ชันติดต่อสื่อสาร การสื่อสารของพีดีเอ เทคโนโลยีเซลลูลาร์ เป็นเทคโนโลยีที่ใช้กับโทรศัพท์เคลื่อนที่ เป็นระบบที่ใช้สัญญาณแอนาล็อกมีความเร็วในการสื่อสารต่ำคุณภาพสัญญาณไม่ดี ระบบเซลลูลาร์กำลังได้รับการพัฒนาใหม่เป็นระบบที่อาศัยสัญญาณดิจิตัลมีความเร็วในการสื่อสารสูงเร็วกว่าเดิมเทคโนโลยีอินฟราเรด ใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้สัญญาณลำแสงพุ่งออกจากอุปกรณ์บังคับระยะไกล จะใช้ในการส่งข้อมูลเป็นการสื่อสารแบบสองทาง มีโพรโทคอลไออาร์ดีเอเป็นมาตรฐานที่สนับสนุนการรับส่งข้อมูลผ่านระบบอินฟราเรดระหว่างอุปกรณ์กับอิเล็กทรอนิกส์
วันเสาร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2551
เม้าส์คอมพิวเตอร์อาจถูกเลิกใช้ในอีก 3 ถึง 5 ปีข้างหน้า

เม้าส์คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ควบคู่กับเครื่องคอมพิวเตอร์มานานเกือบ 40 ปี แต่ล่าสุด บริษัทวิจัยการ์ทเนอร์ คาดว่า เม้าส์คอมพิวเตอร์อาจถูกเลิกใช้ในอีก 3 ถึง 5 ปีข้างหน้า เพราะนักวิทยาศาสตร์ได้พัฒนาวิธีสั่งการเครื่องคอมพิวเตอร์ได้อย่างหลากหลายมากขึ้น อาจใช้วิธีจิ้มนิ้วไปที่หน้าจอ หรือ ใช้วิธีจดจำใบหน้าผู้ใช้งาน นักวิเคราะห์ของการ์ทเนอร์ มองว่า เม้าส์คอมพิวเตอร์อาจใช้ได้ดีกับเครื่องคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ แต่ถ้าเป็นคอมพิวเตอร์เพื่อให้ความบันเทิงในบ้าน หรือคอมพิวเตอร์แบบพกพา การกดปุ่มคำสั่งโดยใช้วิธีลากเม้าส์จะหมดความหมายไปในทันทีหลายบริษัทกำลังปรับปรุงรูปแบบการใช้คอมพิวเตอร์ โดยไม่ต้องมีสายเม้าส์มาคอยควบคุมให้ยุ่งยาก เช่น บริษัทไมโครซอฟท์ ที่พัฒนาคอมพิวเตอร์แบบจอสัมผัส หรือ ทัช สกรีน เพียงแค่ใช้นิ้วจิ้มไปที่หน้าจอ ก็สามารถควบคุมการใช้งานของเครื่องได้แล้ว คอมพิวเตอร์บางเครื่อง แค่ให้ผู้ใช้งานครอบอุปกรณ์บางอย่างบนศีรษะ แล้วใช้วิธีสั่งเครื่องโดยการคิด อุปกรณ์ชุดนี้จะหาซื้อได้ในเดือนกันยายน นอกจากเม้าส์คอมพิวเตอร์แล้ว อุปกรณ์รีโมทคอนโทรล ก็มีแนวโน้มจะใช้งานน้อยลงเช่นกัน เพราะล่าสุด พานาโซนิก ได้พัฒนาโทรทัศน์ให้จดจำใบหน้าของผู้ใช้งานเอาไว้ เมื่อต้องการเปิดโทรทัศน์ ก็แค่ไปยืนหน้าจอ จากนั้น จะมีเมนูช่องต่างๆ ผุดขึ้นมาให้เลือก ผู้ใช้งานเพียงแค่ขยับมือ โทรทัศน์ก็จะเปลี่ยนช่องให้ตามที่เลือกไว้ ส่วนโซนี่ และแคนนอน ก็กำลังพัฒนากล้องถ่ายภาพเคลื่อนไหว และกล้องถ่ายรูป ให้ใช้วิธีจดจำใบหน้าผู้คนให้ได้เช่นกัน บางรุ่นตั้งโปรแกรมจะถ่ายภาพเฉพาะคนยิ้มเท่านั้น ถ้าไปเจอคนกำลังยิ้ม กล้องก็จะถ่ายภาพเองโดยอัตโนมัติ
วันจันทร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2551
ฤดูหนาวรับประทานอะไรดี
สำหรับการรับประทานอาหารในช่วงฤดูหนาว สาวๆ อย่างเราควรเลือกรับประทานอาหารที่ร้อนและปรุงเสร็จใหม่ๆ ควรมีรสเปรี้ยวอมขมเล็กน้อย และรสเผ็ด เช่น แกงส้มดอกแค แกงขี้เหล็ก แกงป่า สะเดาน้ำปลาหวาน และน้ำพริก เพราะธรรมชาติจะปรับเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ผักพื้นบ้านและพืชสมุนไพรในฤดูต่างๆ ก็เปลี่ยนไปเช่นเดียวกัน ในฤดูหนาว มักจะมีสมุนไพรพื้นบ้าน เช่น สะเดา ซึ่งมีรสขม เมื่อกินแล้วจะช่วยแก้ไข้ ทำให้เจริญอาหาร ขี้เหล็กมีสรรพคุณช่วยระบาย ดอกแคแก้ไข้หัวลม ซึ่งสาว WP ควรเลือกรับประทานผักพื้นบ้านที่มีอยู่ตามฤดูกาล ส่วนการเลือกเครื่องดื่มในช่วงหน้าหนาวนี้ ควรจะเป็นเครื่องดื่มร้อนๆ เช่น น้ำขิง ชาสมุนไพร เพื่อช่วยให้ชุ่มคอ ลดอาการไอ แก้หวัด ซึ่งป้องกันการเป็นหวัดในช่วงนี้ได้อีกทางหนึ่งด้วย
สมุนไพรดูแลผิวพรรณ+ น้ำมันงา นำงาดิบประมาณ 1 ถ้วย โขลกให้ละเอียด บีบเอาน้ำมันจากงาเก็บไว้ในขวด ทาผิวตอนเช้าและก่อนนอน น้ำมันงาจะช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ลดอาการแห้งแตกและคัน+ ขมิ้นชัน มีสรรพคุณช่วยลดอาการคันและช่วยลดอาการผดผื่นตามผิวหนัง เพียงนำขมิ้นชันสดมาล้างให้สะอาด โขลกให้ละเอียด บีบน้ำที่ได้นำมาทาผิว หลังอาบน้ำเช้า-เย็น แต่อาจจะมีสีของขมิ้นติดตามเสื้อผ้าที่สวมใส่ + ผิวมะกรูด น้ำมันที่ผิวของมะนาวและมะกรูด จะช่วยเคลือบผิว ให้ชุ่มชื้น ลดอาการคัน ลดการอักเสบ โดยนำมะนาวที่ใช้แล้ว ส่วนบริเวณผิวด้านนอกของมะนาว มาทาผิวบริเวณที่แห้งคัน เช้า-เย็น ก็จะช่วยลดอาการคันได้
สมุนไพรดูแลผิวพรรณ+ น้ำมันงา นำงาดิบประมาณ 1 ถ้วย โขลกให้ละเอียด บีบเอาน้ำมันจากงาเก็บไว้ในขวด ทาผิวตอนเช้าและก่อนนอน น้ำมันงาจะช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ลดอาการแห้งแตกและคัน+ ขมิ้นชัน มีสรรพคุณช่วยลดอาการคันและช่วยลดอาการผดผื่นตามผิวหนัง เพียงนำขมิ้นชันสดมาล้างให้สะอาด โขลกให้ละเอียด บีบน้ำที่ได้นำมาทาผิว หลังอาบน้ำเช้า-เย็น แต่อาจจะมีสีของขมิ้นติดตามเสื้อผ้าที่สวมใส่ + ผิวมะกรูด น้ำมันที่ผิวของมะนาวและมะกรูด จะช่วยเคลือบผิว ให้ชุ่มชื้น ลดอาการคัน ลดการอักเสบ โดยนำมะนาวที่ใช้แล้ว ส่วนบริเวณผิวด้านนอกของมะนาว มาทาผิวบริเวณที่แห้งคัน เช้า-เย็น ก็จะช่วยลดอาการคันได้
วันอาทิตย์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2551
อัสนี วสันต์ เวิลด์ ทัวร์ ไลฟ์ อิน อุบลฯ

ผ่านพ้นไปแล้วคอนเสิร์ต คนหัวใจสิงห์ อัสนี-วสันต์ เวิลด์ ทัวร์ ไลฟ์ อิน อุบลราชธานี ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความชุ่มฉ่ำ สนุกสนาน ม่วนอีหลีของหมู่เฮาชาวอีสาน ที่แห่กันมาชมความมันกันอย่างเนืองแน่น เต็มกองบิน 21 หลังจากที่ไปสร้างความม่วนใจ ให้กับชาวลำพูนไปหยกๆ ทั้งคู่ก็ไม่รอช้ามุ่งหน้าสู่แดนดินถิ่นเกิดอีสานต่อทันที เพื่อส่งคำขอบคุณจากสิงห์ ให้หมู่ชาวเมืองดอกบัวงาม และจังหวัดใกล้เคียง กับคอนเสิร์ตครั้งประวัติศาสตร์ ฉลอง 75 ปี บุญรอดบริวเวอรี่ คนหัวใจสิงห์ อัสนี-วสันต์ เวิลด์ ทัวร์ ไลฟ์ อิน อุบลราชธานี และสิ่งที่ย้ำกระแสฮิตของ 2 สิงห์พี่น้องไม่เสื่อมคลาย คงหนีไม่พ้น การตอบรับจากแฟนๆขาร็อกชาวอีสาน ที่หลั่งไหลมาร่วมฟังพลังร็อกอย่างเนืองแน่นไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นคน ล้นความจุสนามกองบินเลยทีเดียว แต่ก่อนที่จะเริ่มคอนเสิร์ต ฝนได้กระหน่ำเทลงมาแต่แฟนๆ ก็ไม่หวั่น ยังคงปักหลักเพื่อรอชมคอนเสิร์ตของป้อมโต๊ะอย่างไม่ลดละ
จนถึงเวลาสำคัญ เมื่อคอนเสิร์ตเริ่ม เสียงกรี๊ด ด้วยความสะใจที่ 2 สิงห์พี่น้องออกมาให้ความสุข มันถึงแก่นม่วนอีหลี สะใจคักๆ โยกกันกระจาย สมกับการรอคอย ซึ่ง 2 สิงห์พี่น้อง ได้นำเพลงฮิตจากหลายอัลบั้ม เริ่มต้นด้วย เพลงกรุงเทพมหานคร ตามด้วยวัวลืมตัว สุขใจ หัวใจสะออน และเพิ่มความมันด้วยเมดเลย์เต็มชุดทั้งบังอรเอาแต่นอน ไอเลิฟยู ตาอยู่ ข้าวเย็น และที่ขาดไม่ได้คือเพลง คนหัวใจสิงห์ ที่เอาไปให้กำลังใจทุกคนด้วย โดยครั้งนี้ได้เพิ่มเพลงจากการทัวร์ครั้งก่อนๆ เพราะมีเสียงเรียกร้อง จึงได้เพิ่มเพลงอยากให้อยู่ได้ไหม ปากเธอแข็ง และอีกบางเพลงเพื่อเป็นสีสันเพิ่มมากขึ้น
เลขาอาเซียนเสนอตัวแก้ขัดแย้งพท.ทับซ้อน
เลขาธิการอาเซียน "สุรินทร์ พิศสุวรรณ" เสนอตัวเข้าไปแก้ไขปัญหาความขัดแย้งพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา
นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ อาเซียน ออกมาให้สัมภาษณ์ ระหว่างการเข้าประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ที่ประเทศสิงคโปร์ โดยได้ออกมาเรียกร้องให้ทั้งรัฐบาลไทยและกัมพูชา ใช้ความอดกลั้นอย่างถึงที่สุด ในการคลี่คลายปัญหาความขัดแย้งเรื่องพื้นที่ทับซ้อนระหว่างทั้งสองประเทศ รวมทั้งได้เสนอตัวที่จะเข้าให้ความช่วยเหลือในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว นอกจากนี้ เลขาธิการอาเซียน ยังได้เตือนรัฐบาลกัมพูชาว่า ไม่ควรที่จะส่งเรื่องร้องทุกข์ หรือ แสวงหาหนทางในการให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เข้ามาแทรกแซงในการหาทางคลี่คลายวิกฤตการณ์ ในเรื่องดังกล่าวด้วย อีกทั้งทั้งสองประเทศ ยังควรที่จะเร่งแสดงให้เห็นถึงความต้องการ ในการที่จะขานรับไมตรีจิต และข้อเรียกร้องจากประเทศในกลุ่มสมาชิกอาเซียน ที่มุ่งหวังจะเห็นทั้งสองประเทศสามารถแสวงหาแนวทางในการสร้างสามัคคีและความเป็นปึกแผ่นให้กับกลุ่มอาเซ๊ยนจากวิกฤตการณ์ดังกล่าว ได้
นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ อาเซียน ออกมาให้สัมภาษณ์ ระหว่างการเข้าประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ที่ประเทศสิงคโปร์ โดยได้ออกมาเรียกร้องให้ทั้งรัฐบาลไทยและกัมพูชา ใช้ความอดกลั้นอย่างถึงที่สุด ในการคลี่คลายปัญหาความขัดแย้งเรื่องพื้นที่ทับซ้อนระหว่างทั้งสองประเทศ รวมทั้งได้เสนอตัวที่จะเข้าให้ความช่วยเหลือในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว นอกจากนี้ เลขาธิการอาเซียน ยังได้เตือนรัฐบาลกัมพูชาว่า ไม่ควรที่จะส่งเรื่องร้องทุกข์ หรือ แสวงหาหนทางในการให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เข้ามาแทรกแซงในการหาทางคลี่คลายวิกฤตการณ์ ในเรื่องดังกล่าวด้วย อีกทั้งทั้งสองประเทศ ยังควรที่จะเร่งแสดงให้เห็นถึงความต้องการ ในการที่จะขานรับไมตรีจิต และข้อเรียกร้องจากประเทศในกลุ่มสมาชิกอาเซียน ที่มุ่งหวังจะเห็นทั้งสองประเทศสามารถแสวงหาแนวทางในการสร้างสามัคคีและความเป็นปึกแผ่นให้กับกลุ่มอาเซ๊ยนจากวิกฤตการณ์ดังกล่าว ได้
วันจันทร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2551
อันตรายจากพยาธิและเชื้อโรค
เพื่อลดต้นทุนในการผลิต เกษตรกรบางรายได้นำเอาอุจจาระของคน หรืออุจจาระ สัตว์สด มา ใช้เป็นปุ๋ยรดผักตามแหล่งเพาะปลูกต่างๆ ซึ่งจะมีผลทำให้มีการปน เปื้อนของไข่พยาธิ ตัว อ่อนพยาธิ และเชื้อโรคระบบทางเดินอาหารชนิดต่างๆ ใน ผักสดที่จำหน่ายตามท้องตลาด โดยทั่วไป ผักที่พบไข่พยาธิ หรือตัวอ่อนพยาธิ หรือเชื้อโรคได้มาก มักจะเป็นผัก ชนิดที่ใบไม่ เรียบ และซ้อนกันมากๆ เช่น ผักกาดขาว ผักสะระแหน่ ผักชี ต้นหอม กะหล่ำปลี ฯลฯ ซึ่งเป็น ผักสดที่คนไทยนิยมบริโภคสดๆ ทำให้มีโอกาสรับประทาน ตัวอ่อน หรือไข่พยาธิ หรือเชื้อโรค เข้าไปได้มาก ทำให้เป็นโรคพยาธิได้ เช่น โรค พยาธิตืดหมู โรคพยาธิแส้ม้า โรคพยาธิ ไส้เดือน เป็นต้น หรือโรคระบบทางเดิน อาหาร เช่น โรคบิด โรคอหิวาต์ โรคไทฟอยด์ เป็นต้น
อันตรายจากสารพิษตกค้าง ปัจจุบันมีการใช้สารพิษทางเกษตรเพื่อป้องกัน และกำจัดศัตรูพืชกันอย่างแพร่ หลาย โดยที่ เกษตรกรผู้ใช้ขาดความรู้ ความเข้าใจที่ดี ทำให้มีสารพิษตกค้างใน ผักสดที่วางจำหน่ายใน ท้องตลาดทั่วไป ทั้งนี้ เนื่องจากการใช้สารพิษกำจัดศัตรู พืชในปริมาณที่มากเกินความจำ เป็น หรือการใช้สารพิษร่วมกันหลายชนิด หรือ การเก็บผลผลิตก่อนครบกำหนดระยะเวลาที่ กำหนดหลังจากการใช้สารพิษ ทำให้สารพิษยังสลายตัวไม่หมด เกิดการตกค้างในผักสดได้ เมื่อได้รับสารพิษเข้าไปในปริมาณน้อยๆ แต่บ่อยครั้งเป็นเวลานานจะสะสมเพิ่ม ปริมาณ มากขึ้น จนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์จนกลายเป็นเซลล์มะเร็ง ลุกลามไปยังส่วน ต่างๆ ของร่างกายได้ เช่น มะเร็งของตับ มะเร็งของลำไส้ เป็น ต้น สำหรับผักสดที่พบว่ามีสารพิษตกค้างอยู่มาก ได้แก่ ถั่วฝักยาว กะหล่ำปลี คะน้า กวางตุ้ง ดอกกะหล่ำ ถั่วแขก บวบ เป็นต้น การเลือกซื้อผักสดให้สะอาดและปลอดภัย จากอันตรายของ พิษภัยที่ปนเปื้อนมากับผักสดที่วางจำหน่ายในท้องตลาดทั่วไป จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องรู้จักวิธี
การล้างผักสดลดพิษภัย เพื่ออนามัยครอบครัว เพื่อให้ได้บริโภคผักสดที่สะอาด ปลอดภัย มีอนามัยสมบูรณ์ ขอแนะนำวิธีการลด ปริมาณ เชื้อโรค ไข่พยาธิ ตัวอ่อนพยาธิ และสารพิษตกค้างในผักสด ด้วยวิธีดังต่อ ไปนี้ 1 ปอกเปลือก หรือลอกเปลือกชั้นนอกของผักสดออก แกะเป็นกลีบ หรือแกะใบออกจากต้น 2 ล้างผักสดด้วยน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง และคลี่ถูใบ หรือล้างด้วยการใช้น้ำก็อก ไหลผ่าน ผักสดนานอย่างน้อย 2 นาที หรือใช้สารละลายอื่นๆ ในการล้าง ดังนี้ ใช้น้ำยาล้างผัก (ตามวิธีที่ผู้ผลิตแนะนำ) หรือ ใช้น้ำคลอรีน (ผงปูนคลอรีน ครึ่งช้อนชา ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ใช้น้ำเกลือ (เกลือ 2 ช้อนโต๊ะพูน ต่อน้ำ 4 ลิตร) หรือ ใช้น้ำโซดา (โซเดียมไปคาร์บอเนต 1 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 4 ลิตร) หรือ ใช้น้ำส้มสายชู (น้ำส้มสายชู ครึ่งถ้วย ต่อน้ำ 4 ลิตร) (เลือกวิธีที่สะดวกอย่างใดอย่างหนึ่ง) แล้วจึงนำผักสดมาล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง ก็สามารถลดหรือขจัดพิษภัยต่างๆ ใน ผักสดออกได้ ผู้บริโภคก็จะปลอดภัยในการบริโภคผักสด ข้อมูล: กองสุขาภิบาลอาหาร กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
อันตรายจากสารพิษตกค้าง ปัจจุบันมีการใช้สารพิษทางเกษตรเพื่อป้องกัน และกำจัดศัตรูพืชกันอย่างแพร่ หลาย โดยที่ เกษตรกรผู้ใช้ขาดความรู้ ความเข้าใจที่ดี ทำให้มีสารพิษตกค้างใน ผักสดที่วางจำหน่ายใน ท้องตลาดทั่วไป ทั้งนี้ เนื่องจากการใช้สารพิษกำจัดศัตรู พืชในปริมาณที่มากเกินความจำ เป็น หรือการใช้สารพิษร่วมกันหลายชนิด หรือ การเก็บผลผลิตก่อนครบกำหนดระยะเวลาที่ กำหนดหลังจากการใช้สารพิษ ทำให้สารพิษยังสลายตัวไม่หมด เกิดการตกค้างในผักสดได้ เมื่อได้รับสารพิษเข้าไปในปริมาณน้อยๆ แต่บ่อยครั้งเป็นเวลานานจะสะสมเพิ่ม ปริมาณ มากขึ้น จนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์จนกลายเป็นเซลล์มะเร็ง ลุกลามไปยังส่วน ต่างๆ ของร่างกายได้ เช่น มะเร็งของตับ มะเร็งของลำไส้ เป็น ต้น สำหรับผักสดที่พบว่ามีสารพิษตกค้างอยู่มาก ได้แก่ ถั่วฝักยาว กะหล่ำปลี คะน้า กวางตุ้ง ดอกกะหล่ำ ถั่วแขก บวบ เป็นต้น การเลือกซื้อผักสดให้สะอาดและปลอดภัย จากอันตรายของ พิษภัยที่ปนเปื้อนมากับผักสดที่วางจำหน่ายในท้องตลาดทั่วไป จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องรู้จักวิธี
การล้างผักสดลดพิษภัย เพื่ออนามัยครอบครัว เพื่อให้ได้บริโภคผักสดที่สะอาด ปลอดภัย มีอนามัยสมบูรณ์ ขอแนะนำวิธีการลด ปริมาณ เชื้อโรค ไข่พยาธิ ตัวอ่อนพยาธิ และสารพิษตกค้างในผักสด ด้วยวิธีดังต่อ ไปนี้ 1 ปอกเปลือก หรือลอกเปลือกชั้นนอกของผักสดออก แกะเป็นกลีบ หรือแกะใบออกจากต้น 2 ล้างผักสดด้วยน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง และคลี่ถูใบ หรือล้างด้วยการใช้น้ำก็อก ไหลผ่าน ผักสดนานอย่างน้อย 2 นาที หรือใช้สารละลายอื่นๆ ในการล้าง ดังนี้ ใช้น้ำยาล้างผัก (ตามวิธีที่ผู้ผลิตแนะนำ) หรือ ใช้น้ำคลอรีน (ผงปูนคลอรีน ครึ่งช้อนชา ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ใช้น้ำเกลือ (เกลือ 2 ช้อนโต๊ะพูน ต่อน้ำ 4 ลิตร) หรือ ใช้น้ำโซดา (โซเดียมไปคาร์บอเนต 1 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 4 ลิตร) หรือ ใช้น้ำส้มสายชู (น้ำส้มสายชู ครึ่งถ้วย ต่อน้ำ 4 ลิตร) (เลือกวิธีที่สะดวกอย่างใดอย่างหนึ่ง) แล้วจึงนำผักสดมาล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง ก็สามารถลดหรือขจัดพิษภัยต่างๆ ใน ผักสดออกได้ ผู้บริโภคก็จะปลอดภัยในการบริโภคผักสด ข้อมูล: กองสุขาภิบาลอาหาร กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
วันเสาร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2551
สรุปที่เรียนหน่วยที่1
สำนักงาน หมายถึงหน่วยงานหนึ่งที่ขึ้นอยู่กับหน่วยงานสำคัญที่ก่อให้เกิดรายได้หรือผลผลิตขององค์กร
ลักษณะของข้อมูลหรือเอกสารในสำนักงาน
- คำสั่งหมายถึง สิ่งที่กำหนดให้พนักงานและผู้บริหารต้องดำเนินการเมื่อได้รับ เช่น ใบสั่งซื้อสินค้าที่ได้รรับจากลูกค้า
- รายงานหมายถึง เอกสาต่างๆเช่นรายงานการประชุม
- เอกสรพิมพ์ ข้อมูลข่าวสารที่เป็นเอกสารพิมพ์ หมายถึงเอกสารที่พิมพ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว
- เสียง ข้อมูลข่าวสารที่เป็นเสียง คือการพูดหรือบอกคำสั่ง เป็นต้น
องค์ประกอบของสำนักงาน มีงานสำคัญที่ต้องปฎิบัติงานในสำนักงาน 7 ด้านดังนี้
1.ด้านบริการผู้บริหาร 2.ด้านข้อมูลและข่าวสาร 3.ด้านอาคารสถาณที่ พัสดุและอุปกรณ์
4. ด้านการจัดการบุคลากร 5.ด้านการเงินและการบัญชี 6.ด้านการจัดการประชุม
7.งานประชาสัมพันธ์
องค์ประกอบของสำนักงาน(ต่อ)
- เครื่องพิมพ์ดีด - โทรศัพท์ - โทรสาร - ตู้เก็บเอกสาร- เครื่องถ่ายเอกสาร
การวางแผนสำนักงานมีดังนี้
วางแผนการจัดการสถาณที่และสภาพแวดล้อม
วางแผนขั้นตอนการปฎิบัติงานกับการรับส่งและเบเอกสาร
วางแผนเกี่ยวกับกระแสงาน
วาวงแผนการจัดหาบุคลากร
วางแผนการรักษาคววามปลอดภัยของเอกสาร
วางแผนการติดต่อสื่อสารภายใน-ภายนอกด้วยโทรศัพท์และโทรสาร
วางแผนการจัดซื้ออุกรณ์เครื่องใช้ วัสดุ
วางแผนค่าใช้จ่ายในสำนักงาน
การจัดสายงาน
งานวิชาชีพ หมายถึง กลุ่มที่ทำงานต่างๆ เช่น การทำบัญชี การตรวจสอบบัญชี สถาปนิกหรือวิศวกร
งานสายสนับสนุน เช่น ช่าง หรือ นักเทคนิคด้านต่างๆ
สภาพแวดล้อมของสำนักงาน
ที่ตั้งของสำนักงาน ควรตั้งอยู่ใกล้ร้านค้าหรือร้านอาหาร
การคมนาคมการเดินทางของพนักงานและผู้บริหารสำคัญมาก
สภาวภาพจิตใจ ก็เป็นสิ่งสำคัญมากเช่นเดียวกัน
สำนักงานอัตโนมัติ หมายถึง การประยุกต์คอมพิวเตอร์และการสื่อสารในสำนักงานซึ่งประกอบด้วยพนักงาน นักวิชาชีพ และผู้จัดการ
คือ การใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมในการช่วยให้ผู้คนจัดการสารสนเทศ สำนักงานอัตโนมัติเป็นหลักการ ป็นวิธีการใหม่สำหรับคิดและดำเนินการสารสนเทศ
ลักษณะของข้อมูลหรือเอกสารในสำนักงาน
- คำสั่งหมายถึง สิ่งที่กำหนดให้พนักงานและผู้บริหารต้องดำเนินการเมื่อได้รับ เช่น ใบสั่งซื้อสินค้าที่ได้รรับจากลูกค้า
- รายงานหมายถึง เอกสาต่างๆเช่นรายงานการประชุม
- เอกสรพิมพ์ ข้อมูลข่าวสารที่เป็นเอกสารพิมพ์ หมายถึงเอกสารที่พิมพ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว
- เสียง ข้อมูลข่าวสารที่เป็นเสียง คือการพูดหรือบอกคำสั่ง เป็นต้น
องค์ประกอบของสำนักงาน มีงานสำคัญที่ต้องปฎิบัติงานในสำนักงาน 7 ด้านดังนี้
1.ด้านบริการผู้บริหาร 2.ด้านข้อมูลและข่าวสาร 3.ด้านอาคารสถาณที่ พัสดุและอุปกรณ์
4. ด้านการจัดการบุคลากร 5.ด้านการเงินและการบัญชี 6.ด้านการจัดการประชุม
7.งานประชาสัมพันธ์
องค์ประกอบของสำนักงาน(ต่อ)
- เครื่องพิมพ์ดีด - โทรศัพท์ - โทรสาร - ตู้เก็บเอกสาร- เครื่องถ่ายเอกสาร
การวางแผนสำนักงานมีดังนี้
วางแผนการจัดการสถาณที่และสภาพแวดล้อม
วางแผนขั้นตอนการปฎิบัติงานกับการรับส่งและเบเอกสาร
วางแผนเกี่ยวกับกระแสงาน
วาวงแผนการจัดหาบุคลากร
วางแผนการรักษาคววามปลอดภัยของเอกสาร
วางแผนการติดต่อสื่อสารภายใน-ภายนอกด้วยโทรศัพท์และโทรสาร
วางแผนการจัดซื้ออุกรณ์เครื่องใช้ วัสดุ
วางแผนค่าใช้จ่ายในสำนักงาน
การจัดสายงาน
งานวิชาชีพ หมายถึง กลุ่มที่ทำงานต่างๆ เช่น การทำบัญชี การตรวจสอบบัญชี สถาปนิกหรือวิศวกร
งานสายสนับสนุน เช่น ช่าง หรือ นักเทคนิคด้านต่างๆ
สภาพแวดล้อมของสำนักงาน
ที่ตั้งของสำนักงาน ควรตั้งอยู่ใกล้ร้านค้าหรือร้านอาหาร
การคมนาคมการเดินทางของพนักงานและผู้บริหารสำคัญมาก
สภาวภาพจิตใจ ก็เป็นสิ่งสำคัญมากเช่นเดียวกัน
สำนักงานอัตโนมัติ หมายถึง การประยุกต์คอมพิวเตอร์และการสื่อสารในสำนักงานซึ่งประกอบด้วยพนักงาน นักวิชาชีพ และผู้จัดการ
คือ การใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมในการช่วยให้ผู้คนจัดการสารสนเทศ สำนักงานอัตโนมัติเป็นหลักการ ป็นวิธีการใหม่สำหรับคิดและดำเนินการสารสนเทศ
วันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2551
การบ้าน
การบ้านครั้งที่ 1 ให้นักศึกษาอธิบายความจากหัวข้อต่อไปนี้
1.จงอธิบายความหมายของสำนักงาน
ตอบ สำนักงานคือ สถานที่แห่งหนึ่งซึ่งอาจเป็นห้องเดียวหรือหลายห้อง จะมีขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ก็ได้ อาจเป็นสถานที่สำหรับทำธุรกรรมต่างๆ หรือเพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงานหรือควบคุมการดำเนินงานโดยอาศัยสารสนเทศเป็นเครื่องมือ โดยมีหน้าที่รับข้อมูลจากผู้หนึ่งมาประมวลผลแล้วส่งไปให้อีกผู้หนึ่ง
2.การจัดการสำนักงานประกอบด้วยกิจกรรมใดบ้าง
ตอบ การจัดการสำนักงาน ได้ผลประกอบด้วยกิจกรรมด้านต่างๆ 3 ประการ ดังนี้ 1.การวางแผนสำนักงาน ซึ่งที่เหมาะสมประกอบด้วย,การวางแผนการจัดสถานที่และสภาพแวดล้อม,การวางแผนขั้นตอนการปฏิบัติงานกับการรับส่งและการจัดทำเอกสาร,การวางแผนเกี่ยวกับกระแสงาน,การวางแผนการจัดหาบุคลากรตลอดจนการพัฒนาบุคลากรสำนักงาน,การวางแผนการรักษาความปลอดภัยของเอกสาร ข้อมูล ทรัพย์สิน และพนักงานในสำนักงาน ,การวางแผนการติดต่อสื่อสารภายในและภายนอกด้วยระบบโทรศัพท์และโทรสาร,การวางแผนการจัดซื้อ อุปกรณ์ เครื่องใช้และวัสดุสำนักงาน,การวางแผนค่าใช้จ่ายในสำนักงาน 2.การจัดสายงาน การจัดสายงานและจัดพนักงานเข้าทำงานในสำนักงาน การปฏิบัติงานที่นอกเหนือจากการบริหารใน สำนักงาน อาจจัดแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มด้วยกัน ดังนี้ งานวิชาชีพ เช่น การทำบัญชี การตรวจสอบบัญชี สถาปนิก วิศวกร,งานสายสนับสนุน เช่น พนักงานขายสินค้า ช่าง นักเทคนิค,งานสายสำนักงาน เช่น เลขานุการ พนักงานเดินสาร เจ้าหน้าที่สารบรรณ,การควบคุมการปฏิบัติงาน เช่นการควบคุมค่าใช้จ่าย การควบคุมการใช้ทรัพยากร การควบคุมการเบิกจ่ายวัสดุ,สำนักงาน การควบคุมการเข้าออกบริเวณ,การแก้ปัญหา เพื่อเป็นวิธีการปฏิบัติงานเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน,การสร้างขวัญและกำลังใจ การพิจารณาเพิ่มเงินเดือน การพิจารณารางวัลการทำงาน,การอำนวยการ เพื่อระดมทรัพยากรในการทำให้การดำเนินงานเป็นไปตามปกติ และช่วยให้การทำงานบรรลุวัตถุประสงค์ลุล่วงไปด้วยดี 3. สภาพแวดล้อมและเทคโนโลยีสำนักงาน ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ด้าน ดังนี้ ที่ตั้งสำนักงาน ซึ่งมักคำนึงถึงการเดินทาง การขยายและปรับปรุงในอนาคต, การคมนาคม เป็นการพิจารณาเพื่อให้ผู้ทำงานบริการเวลาในการเข้าและออกจากสำนักงาน ตลอดจนผลกระทบสิ่งแวดล้อมขณะเดินทางมาทำงาน,สภาพจิตใจ พนักงานควรมีสภาพจิตใจที่พร้อมจะทำงาน และสามารถแก้ไขปัญหาภายในสำนักงานจากระบบงาน ระบบการบังคับบัญชาด้วย เทคโนโลยีสำนักงาน การปฏิบัติงานกับเอกสารอาจประยุกต์เทคโนโลยีมาใช้ได้ดังนี้ ระบบงานพิมพ์,ระบบโทรคมนาคม,ระบบการจัดส่งและจัดเก็บเอกสาร, คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล,ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
3.การวางแผนสำนักงานจะต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง
ตอบ การวางแผนสำนักงาน ซึ่งที่เหมาะสมประกอบด้วย,การวางแผนการจัดสถานที่และสภาพแวดล้อม,การวางแผนขั้นตอนการปฏิบัติงานกับการรับส่งและการจัดทำเอกสาร,การวางแผนเกี่ยวกับกระแสงาน,การวางแผนการจัดหาบุคลากรตลอดจนการพัฒนาบุคลากรสำนักงาน,การวางแผนการรักษาความปลอดภัยของเอกสาร ข้อมูล ทรัพย์สิน และพนักงานในสำนักงาน ,การวางแผนการติดต่อสื่อสารภายในและภายนอกด้วยระบบโทรศัพท์และโทรสาร,การวางแผนการจัดซื้อ อุปกรณ์ เครื่องใช้และวัสดุสำนักงาน,การวางแผนค่าใช้จ่ายในสำนักงาน
4.สภาพแวดล้อมเกี่ยวกับที่ตั้งขอสำนักงานมีผลต่อการปฏิบัติงานอย่างไร
ตอบ สภาพแวดล้อมของสำนักงาน ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ด้าน ดังนี้ ที่ตั้งสำนักงาน ซึ่งมักคำนึงถึงการเดินทาง การขยายและปรับปรุงในอนาคต, การคมนาคม เป็นการพิจารณาเพื่อให้ผู้ทำงานบริการเวลาในการเข้าและออกจากสำนักงาน ตลอดจนผลกระทบสิ่งแวดล้อมขณะเดินทางมาทำงาน, สภาพจิตใจ พนักงานควรมีสภาพจิตใจที่พร้อมจะทำงาน และสามารถแก้ไขปัญหาภายในสำนักงานจากระบบงาน ระบบการบังคับบัญชาด้วย
5.เทคโนโลยีที่มีใช้ในสำนักงานมีอะไรบ้าง
ตอบ เทคโนโลยีสำนักงาน การปฏิบัติงานกับเอกสารอาจประยุกต์เทคโนโลยีมาใช้ได้ดังนี้ ระบบงานพิมพ์, ระบบโทรคมนาคม, ระบบการจัดส่งและจัดเก็บเอกสาร, คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล, ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
6.เหตุผลที่หน่วยงานต้องพัฒนาระบบสำนักงานอัตโนมัติคืออะไร
ตอบ การจัดซื้อซอฟต์แวร์ ในการพัฒนาระบบสำนักงานอัตโนมัติอาจใช้วิธีการพัฒนาขึ้นเองในทุก ๆ เรื่อง หรืออาจใช้วิธีเลือกจัดหาซอฟต์แวร์เฉพาะเรื่องที่มีผู้พัฒนาอยู่แล้วมาใช้งานเช่นโปรแกรมประชุมทางไกล (eg.Proshare) ซึ่งจะมีข้อดีในด้านเวลา ค่าใช้จ่าย ตลอดจนประสิทธิภาพของซอฟต์แวร์จะดีกว่าการเลือกพัฒนาเอง แต่ข้อเสียที่พบคือ หากมีโปรแกรมจัดซื้อมากมายในหลายเรื่อง การใช้งานร่วมกันอาจมีปัญหาความไม่สอดคล้องกันของรหัสสัญญาณ มาตรฐานอื่นๆ ฮาร์ดแวร์ ระบบซอฟต์แวร์ปฏิบัติการ ต่างกัน เป็นต้น - ความต้องการของหน่วยงานเปลี่ยนแปลงไป มีการเพิ่มหรือลดจากที่ได้กำหนดไว้ในแผนแม่บทสารสนเทศ - การเปลี่ยนแปลงด้านวิทยาการเทคโนโลยีฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ในเรื่องที่เกี่ยวข้องมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ตลอดเวลา - ไม่มีการกำหนดมาตรฐานสากลในการเชื่อมต่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน (protocol)เช่นระบบฮาร์ดแวร์ ระบบซอฟต์แวร์ ระบบการสื่อสาร รหัสข้อมูลฯลฯ ผู้อื่น/หน่วยงานภายนอกที่ต้องติดต่อด้วยอาจใช้มาตรฐานต่างกัน - ความสามารถในการบีบอัดแฟ้มข้อมูลภาพ และเสียงยังไม่มีประสิทธิภาพพอ ยังคงใช้เนื้อที่จัดเก็บสูง และใช้เวลาในการบีบอัด/ขยาย-คืนรูป - ระบบสำนักงานอัตโนมัติจำเป็นต้องใช้ระบบสื่อสารข้อมูลซึ่งหากต้องการประสิทธิภาพ หมายถึง ค่าใช้จ่ายซึ่งสูงขึ้นและยากต่อการควบคุมยิ่งขึ้น(กรณี Virtual - Office Automation) - การสังเคราะห์เสียงจากข้อความตัวอักษรในแฟ้มข้อมูล ยังขาดความถูกต้องและสมบูรณ์พอโดยเฉพาะภาษาไทย - การวิเคราะห์ตัวอักษรไทย (Optical Thai Character Recognition) ยังอยู่ในระยะการพัฒนา อัลกอลิทึมให้สามารถเข้าใจตัวอักษรไทยได้ถูกต้องยิ่งขึ้น ทั้งการตัดคำ การพิจารณาคำผิดฯลฯ ความแตกต่างของระบบซอฟต์แวร์ประยุกต์ และซอฟต์แวร์ปฏิบัติการ แต่ละภาษาจะมีรายละเอียดปลีกย่อยด้านข้อมูล หน่วยความจำ หรือแม้แต่ฮาร์ดแวร์พิเศษ แตกต่างกันไป ทำให้การพัฒนาโปรแกรมซึ่งเลือกใช้ซอฟต์แวร์ทั้งสองต่างกัน อาจมีข้อขัดแย้งไม่สามารถทำงานร่วมกัน หรือแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันได้ดีพอ
7.การประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ในสำนักงานจำแนกได้กี่ด้าน
ตอบ1. การใช้คอมพิวเตอร์ด้านการศึกษา 2. การใช้คอมพิวเตอร์ในด้านตุลาการ 3. การใช้คอมพิวเตอร์ในด้านการเงินการธนาคาร 4. การใช้คอมพิวเตอร์ด้านการบิน 5. การใช้คอมพิวเตอร์ด้านการเกษตร 6. การประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ในสำนักงาน 7. การประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ในการบริหาร 8. คอมพิวเตอร์ด้านการแพทย์และสาธารณสุข
8.สำนักงานอัตโนมัติมีประโยชน์อะไรบ้าง
ตอบ 1. ประหยัดงบประมาณค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะการจัดเตรียมเอกสารกระดาษ การจัดส่ง การรับ การจัดเก็บและการทำลาย รวมทั้งงบประมาณในการจัดจ้างผู้ดำเนินการในแต่ละขั้นตอน2. การเพิ่มประสิทธิภาพในสำนักงาน ลดขั้นตอนเวลาในการพิมพ์ผิด การตรวจสอบแก้ไข ปรับปรุง3. ผู้บริหารสามารถตัดสินใจได้ถูกต้องรวดเร็วขึ้น เนื่องจากความถูกต้องแม่นยำ และความรวดเร็วในการสืบค้น4. ผู้ปฏิบัติงานมีความภาคภูมิใจในสำนักงานและหน่วยงานมากขึ้น เนื่องจากมีสำนักงาน เครื่องมืออุปกรณ์ที่ทันสมัย รวดเร็วประหยัดเวลาในการทำงาน5. หน่วยงานและสำนักงานมีภาพลักษณ์ที่ดี สำหรับหน่วยงานภายใน ที่ได้รับการบริการและการติดต่อสื่อสารที่ถูกต้องรวดเร็วทันสมัย
9.การพัฒนาระบบสำนักงานอัตโนมัติมีกี่วิธีอะไรบ้าง
ตอบ (1) ลักษณะของสำนักงานอัตโนมัติที่มีประสิทธิผล ควรมีลักษณะดังนี้- ผู้บริหารและพนักงานที่เกี่ยวข้องล้วนใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกันเป็นระบบเครือข่ายแลน- มีการวางแผนระบบแฟ้มข้อมูลอัตโนมัติเพื่อผู้ใช้สามารถค้นหาข้อมูลและเอกสารได้อย่างสะดวกรวดเร็ว- ซอฟต์แวร์ต่างๆใช้ง่าย และเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งองค์กร- อุปกรณ์ต่างๆเป็นมาตรฐานและทำงานร่วมกันได้-ระบบงานประยุกต์ต่างๆ ได้รับการติดตั้งหรือพัฒนาขึ้นให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ (2) บุคลากรที่มีบทบาทในการริเริ่มนำระบบสำนักงานอัตโนมัติมาใช้2.1 ผู้บริหารระดับสูง2.2 ผู้บริหารระดับกลางและผู้ปฏิบัติงานระดับต่างๆ 2.3 นักคอมพิวเตอร์และนักเทคโนโลยีอื่นๆ(3) ประเด็นสำคัญในการพัฒนาสำนักงานอัตโนมัติ3.1 การเลือกแนวทางการพัฒนาสำนักงานอัตโนมัติ3.2 การวางแผนการพัฒนา 3.3 การพัฒนาและจัดระบบสำนักงานอัตโนมัติ3.4 การประเมินผลการปฏิบัติงานและการปรับเปลี่ยน(4) สิ่งสำคัญในการวางแผน ข้อมูลพื้นฐานที่จะต้องทราบก่อนการวางแผนคือ4.1 ข้อมูลหน่วยงาน4.2 ข้อมูลสถานภาพปัจจุบันของหน่วยงาน4.3 ข้อมูลลักษณะของหน่วยงาน4.4 ข้อมูลผู้ใช้4.5 ระบบการสื่อสาร4.6 ลักษณะของระบบสารสนเทศที่ใช้4.7 การสนับสนุนเมื่อทราบข้อมูลที่จำเป็นแล้วผู้วางแผนอาจจะจัดทำแผนการพัฒนาขึ้นโดยใช้เทคนิคต่างๆหรือใช้มาตรฐานการวางแผนงานที่หน่วยงานกำหนดขึ้น เช่นอาจใช้วิธีการเขียนแผนงานเป็นผังงานแกนต์หรือแกนต์ชาร์ต ซึ่งในแผนภาพดังกล่าวจะต้องแสดงระยะเวลาในการดำเนินภารกิจและรายการภารกิจต่างๆ ดังนี้ กำหนดทีมงาน จัดประชุมชี้แจง รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ความต้องการ ออกแบบระบบงาน เลือกอุปกรณ์และระบบงาน พัฒนาโปรแกรมเพิ่มเติม ติดตั้งอุปกรณ์และระบบงาน ทดสอบอุปกรณ์และระบบงาน จัดทำคู่มือ ฝึกอบรม ปรับเปลี่ยนข้อมูลเดิม เปลี่ยนระบบ ประเมินผลการดำเนินงาน ปรับปรุงแก้ไข(5) วิธีการพัฒนา หน่วยงานสามารถพัฒนาหรือจัดหาระบบงานคอมพิวเตอร์มาใช้งานได้ 6 แบบ ดังนี้ 5.1 การจัดทำระบบงานเองโดยเจ้าหน้าที่คอมพิวเตอร์ 5.2 การจัดทำระบบงานเองโดยกลุ่มผู้ใช้ระบบ5.3 การว่าจ้างบริษัทภายนอก 5.4 การซื้อระบบงานมาตรฐาน 5.5 การซื้อระบบงาน 5.6 การจัดซื้อบริการ(6) วัฏจักรพัฒนาระบบสำนักงานอัตโนมัติ6.1 การศึกษาวิเคราะห์ความต้องการ6.2 การออกแบบระบบ6.3 การสร้างและการติดตั้งระบบ6.4 การทดสอบระบบงาน6.5 การเตรียมตัวใช้งานระบบ6.6 การเปลี่ยนระบบ6.7 การประเมินและปรับปรุงระบบ
10.ในการเรียนการสอนมีปัญหาอะไรบ้างจะมีวิธีแก้ปัญหาอย่างไร
ตอบ มีปัญหาบ้างเล็กน้อยที่บางครั้งยังตามอาจารย์ไม่ค่อยทัน อาจจะมีบ้างที่ไม่เข้าใจในเนื้อหาที่เรียนแต่ก็พยายามที่จะศึกษาถามกับเพื่อนต้องพยายามตั้งใจฟังเนื้อหาที่อาจารย์สอนให้มากกว่านี้
11.สรุปวิวัฒนาการของสำนักงานอัตโนมัติ
ตอบ ระบบปฏิบัติการสำนักงานอัตโนมัติ หมายถึงสำนักงานซึ่งได้รับการพิจารณาคัดสรรงานต่างๆ ที่มีคุณสมบัติ เหมาะสมมาจัดการเปลี่ยนแปลงวิธีการปฏิบัติงานเดิม ซึ่งมักจะเป็นการปฏิบัติด้วยมือมาเป็นแบบกึ่งอัตโนมัติ หรือ แบบอัตโนมัติสมบูรณ์แบบ นอกจากนั้นยังครอบคลุมรวมถึงการใช้ระบบสำนักงานอัตโนมัติที่พัฒนาขึ้นให้สามารถบริหารการสืบค้นเอกสาร ภาพ หรือข้อมูลจากแหล่งจัดเก็บต่างๆ ในสำนักงาน - แผนกต่างๆ เพื่อส่งมอบให้แก่ ผู้ร้องขอซึ่งมีสิทธิ์ นำไปประมวลผลให้ได้ข่าวสารที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน หรือบริหารงานของสำนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
1.จงอธิบายความหมายของสำนักงาน
ตอบ สำนักงานคือ สถานที่แห่งหนึ่งซึ่งอาจเป็นห้องเดียวหรือหลายห้อง จะมีขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ก็ได้ อาจเป็นสถานที่สำหรับทำธุรกรรมต่างๆ หรือเพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงานหรือควบคุมการดำเนินงานโดยอาศัยสารสนเทศเป็นเครื่องมือ โดยมีหน้าที่รับข้อมูลจากผู้หนึ่งมาประมวลผลแล้วส่งไปให้อีกผู้หนึ่ง
2.การจัดการสำนักงานประกอบด้วยกิจกรรมใดบ้าง
ตอบ การจัดการสำนักงาน ได้ผลประกอบด้วยกิจกรรมด้านต่างๆ 3 ประการ ดังนี้ 1.การวางแผนสำนักงาน ซึ่งที่เหมาะสมประกอบด้วย,การวางแผนการจัดสถานที่และสภาพแวดล้อม,การวางแผนขั้นตอนการปฏิบัติงานกับการรับส่งและการจัดทำเอกสาร,การวางแผนเกี่ยวกับกระแสงาน,การวางแผนการจัดหาบุคลากรตลอดจนการพัฒนาบุคลากรสำนักงาน,การวางแผนการรักษาความปลอดภัยของเอกสาร ข้อมูล ทรัพย์สิน และพนักงานในสำนักงาน ,การวางแผนการติดต่อสื่อสารภายในและภายนอกด้วยระบบโทรศัพท์และโทรสาร,การวางแผนการจัดซื้อ อุปกรณ์ เครื่องใช้และวัสดุสำนักงาน,การวางแผนค่าใช้จ่ายในสำนักงาน 2.การจัดสายงาน การจัดสายงานและจัดพนักงานเข้าทำงานในสำนักงาน การปฏิบัติงานที่นอกเหนือจากการบริหารใน สำนักงาน อาจจัดแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มด้วยกัน ดังนี้ งานวิชาชีพ เช่น การทำบัญชี การตรวจสอบบัญชี สถาปนิก วิศวกร,งานสายสนับสนุน เช่น พนักงานขายสินค้า ช่าง นักเทคนิค,งานสายสำนักงาน เช่น เลขานุการ พนักงานเดินสาร เจ้าหน้าที่สารบรรณ,การควบคุมการปฏิบัติงาน เช่นการควบคุมค่าใช้จ่าย การควบคุมการใช้ทรัพยากร การควบคุมการเบิกจ่ายวัสดุ,สำนักงาน การควบคุมการเข้าออกบริเวณ,การแก้ปัญหา เพื่อเป็นวิธีการปฏิบัติงานเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน,การสร้างขวัญและกำลังใจ การพิจารณาเพิ่มเงินเดือน การพิจารณารางวัลการทำงาน,การอำนวยการ เพื่อระดมทรัพยากรในการทำให้การดำเนินงานเป็นไปตามปกติ และช่วยให้การทำงานบรรลุวัตถุประสงค์ลุล่วงไปด้วยดี 3. สภาพแวดล้อมและเทคโนโลยีสำนักงาน ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ด้าน ดังนี้ ที่ตั้งสำนักงาน ซึ่งมักคำนึงถึงการเดินทาง การขยายและปรับปรุงในอนาคต, การคมนาคม เป็นการพิจารณาเพื่อให้ผู้ทำงานบริการเวลาในการเข้าและออกจากสำนักงาน ตลอดจนผลกระทบสิ่งแวดล้อมขณะเดินทางมาทำงาน,สภาพจิตใจ พนักงานควรมีสภาพจิตใจที่พร้อมจะทำงาน และสามารถแก้ไขปัญหาภายในสำนักงานจากระบบงาน ระบบการบังคับบัญชาด้วย เทคโนโลยีสำนักงาน การปฏิบัติงานกับเอกสารอาจประยุกต์เทคโนโลยีมาใช้ได้ดังนี้ ระบบงานพิมพ์,ระบบโทรคมนาคม,ระบบการจัดส่งและจัดเก็บเอกสาร, คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล,ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
3.การวางแผนสำนักงานจะต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง
ตอบ การวางแผนสำนักงาน ซึ่งที่เหมาะสมประกอบด้วย,การวางแผนการจัดสถานที่และสภาพแวดล้อม,การวางแผนขั้นตอนการปฏิบัติงานกับการรับส่งและการจัดทำเอกสาร,การวางแผนเกี่ยวกับกระแสงาน,การวางแผนการจัดหาบุคลากรตลอดจนการพัฒนาบุคลากรสำนักงาน,การวางแผนการรักษาความปลอดภัยของเอกสาร ข้อมูล ทรัพย์สิน และพนักงานในสำนักงาน ,การวางแผนการติดต่อสื่อสารภายในและภายนอกด้วยระบบโทรศัพท์และโทรสาร,การวางแผนการจัดซื้อ อุปกรณ์ เครื่องใช้และวัสดุสำนักงาน,การวางแผนค่าใช้จ่ายในสำนักงาน
4.สภาพแวดล้อมเกี่ยวกับที่ตั้งขอสำนักงานมีผลต่อการปฏิบัติงานอย่างไร
ตอบ สภาพแวดล้อมของสำนักงาน ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ด้าน ดังนี้ ที่ตั้งสำนักงาน ซึ่งมักคำนึงถึงการเดินทาง การขยายและปรับปรุงในอนาคต, การคมนาคม เป็นการพิจารณาเพื่อให้ผู้ทำงานบริการเวลาในการเข้าและออกจากสำนักงาน ตลอดจนผลกระทบสิ่งแวดล้อมขณะเดินทางมาทำงาน, สภาพจิตใจ พนักงานควรมีสภาพจิตใจที่พร้อมจะทำงาน และสามารถแก้ไขปัญหาภายในสำนักงานจากระบบงาน ระบบการบังคับบัญชาด้วย
5.เทคโนโลยีที่มีใช้ในสำนักงานมีอะไรบ้าง
ตอบ เทคโนโลยีสำนักงาน การปฏิบัติงานกับเอกสารอาจประยุกต์เทคโนโลยีมาใช้ได้ดังนี้ ระบบงานพิมพ์, ระบบโทรคมนาคม, ระบบการจัดส่งและจัดเก็บเอกสาร, คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล, ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
6.เหตุผลที่หน่วยงานต้องพัฒนาระบบสำนักงานอัตโนมัติคืออะไร
ตอบ การจัดซื้อซอฟต์แวร์ ในการพัฒนาระบบสำนักงานอัตโนมัติอาจใช้วิธีการพัฒนาขึ้นเองในทุก ๆ เรื่อง หรืออาจใช้วิธีเลือกจัดหาซอฟต์แวร์เฉพาะเรื่องที่มีผู้พัฒนาอยู่แล้วมาใช้งานเช่นโปรแกรมประชุมทางไกล (eg.Proshare) ซึ่งจะมีข้อดีในด้านเวลา ค่าใช้จ่าย ตลอดจนประสิทธิภาพของซอฟต์แวร์จะดีกว่าการเลือกพัฒนาเอง แต่ข้อเสียที่พบคือ หากมีโปรแกรมจัดซื้อมากมายในหลายเรื่อง การใช้งานร่วมกันอาจมีปัญหาความไม่สอดคล้องกันของรหัสสัญญาณ มาตรฐานอื่นๆ ฮาร์ดแวร์ ระบบซอฟต์แวร์ปฏิบัติการ ต่างกัน เป็นต้น - ความต้องการของหน่วยงานเปลี่ยนแปลงไป มีการเพิ่มหรือลดจากที่ได้กำหนดไว้ในแผนแม่บทสารสนเทศ - การเปลี่ยนแปลงด้านวิทยาการเทคโนโลยีฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ในเรื่องที่เกี่ยวข้องมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ตลอดเวลา - ไม่มีการกำหนดมาตรฐานสากลในการเชื่อมต่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน (protocol)เช่นระบบฮาร์ดแวร์ ระบบซอฟต์แวร์ ระบบการสื่อสาร รหัสข้อมูลฯลฯ ผู้อื่น/หน่วยงานภายนอกที่ต้องติดต่อด้วยอาจใช้มาตรฐานต่างกัน - ความสามารถในการบีบอัดแฟ้มข้อมูลภาพ และเสียงยังไม่มีประสิทธิภาพพอ ยังคงใช้เนื้อที่จัดเก็บสูง และใช้เวลาในการบีบอัด/ขยาย-คืนรูป - ระบบสำนักงานอัตโนมัติจำเป็นต้องใช้ระบบสื่อสารข้อมูลซึ่งหากต้องการประสิทธิภาพ หมายถึง ค่าใช้จ่ายซึ่งสูงขึ้นและยากต่อการควบคุมยิ่งขึ้น(กรณี Virtual - Office Automation) - การสังเคราะห์เสียงจากข้อความตัวอักษรในแฟ้มข้อมูล ยังขาดความถูกต้องและสมบูรณ์พอโดยเฉพาะภาษาไทย - การวิเคราะห์ตัวอักษรไทย (Optical Thai Character Recognition) ยังอยู่ในระยะการพัฒนา อัลกอลิทึมให้สามารถเข้าใจตัวอักษรไทยได้ถูกต้องยิ่งขึ้น ทั้งการตัดคำ การพิจารณาคำผิดฯลฯ ความแตกต่างของระบบซอฟต์แวร์ประยุกต์ และซอฟต์แวร์ปฏิบัติการ แต่ละภาษาจะมีรายละเอียดปลีกย่อยด้านข้อมูล หน่วยความจำ หรือแม้แต่ฮาร์ดแวร์พิเศษ แตกต่างกันไป ทำให้การพัฒนาโปรแกรมซึ่งเลือกใช้ซอฟต์แวร์ทั้งสองต่างกัน อาจมีข้อขัดแย้งไม่สามารถทำงานร่วมกัน หรือแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันได้ดีพอ
7.การประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ในสำนักงานจำแนกได้กี่ด้าน
ตอบ1. การใช้คอมพิวเตอร์ด้านการศึกษา 2. การใช้คอมพิวเตอร์ในด้านตุลาการ 3. การใช้คอมพิวเตอร์ในด้านการเงินการธนาคาร 4. การใช้คอมพิวเตอร์ด้านการบิน 5. การใช้คอมพิวเตอร์ด้านการเกษตร 6. การประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ในสำนักงาน 7. การประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ในการบริหาร 8. คอมพิวเตอร์ด้านการแพทย์และสาธารณสุข
8.สำนักงานอัตโนมัติมีประโยชน์อะไรบ้าง
ตอบ 1. ประหยัดงบประมาณค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะการจัดเตรียมเอกสารกระดาษ การจัดส่ง การรับ การจัดเก็บและการทำลาย รวมทั้งงบประมาณในการจัดจ้างผู้ดำเนินการในแต่ละขั้นตอน2. การเพิ่มประสิทธิภาพในสำนักงาน ลดขั้นตอนเวลาในการพิมพ์ผิด การตรวจสอบแก้ไข ปรับปรุง3. ผู้บริหารสามารถตัดสินใจได้ถูกต้องรวดเร็วขึ้น เนื่องจากความถูกต้องแม่นยำ และความรวดเร็วในการสืบค้น4. ผู้ปฏิบัติงานมีความภาคภูมิใจในสำนักงานและหน่วยงานมากขึ้น เนื่องจากมีสำนักงาน เครื่องมืออุปกรณ์ที่ทันสมัย รวดเร็วประหยัดเวลาในการทำงาน5. หน่วยงานและสำนักงานมีภาพลักษณ์ที่ดี สำหรับหน่วยงานภายใน ที่ได้รับการบริการและการติดต่อสื่อสารที่ถูกต้องรวดเร็วทันสมัย
9.การพัฒนาระบบสำนักงานอัตโนมัติมีกี่วิธีอะไรบ้าง
ตอบ (1) ลักษณะของสำนักงานอัตโนมัติที่มีประสิทธิผล ควรมีลักษณะดังนี้- ผู้บริหารและพนักงานที่เกี่ยวข้องล้วนใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกันเป็นระบบเครือข่ายแลน- มีการวางแผนระบบแฟ้มข้อมูลอัตโนมัติเพื่อผู้ใช้สามารถค้นหาข้อมูลและเอกสารได้อย่างสะดวกรวดเร็ว- ซอฟต์แวร์ต่างๆใช้ง่าย และเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งองค์กร- อุปกรณ์ต่างๆเป็นมาตรฐานและทำงานร่วมกันได้-ระบบงานประยุกต์ต่างๆ ได้รับการติดตั้งหรือพัฒนาขึ้นให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ (2) บุคลากรที่มีบทบาทในการริเริ่มนำระบบสำนักงานอัตโนมัติมาใช้2.1 ผู้บริหารระดับสูง2.2 ผู้บริหารระดับกลางและผู้ปฏิบัติงานระดับต่างๆ 2.3 นักคอมพิวเตอร์และนักเทคโนโลยีอื่นๆ(3) ประเด็นสำคัญในการพัฒนาสำนักงานอัตโนมัติ3.1 การเลือกแนวทางการพัฒนาสำนักงานอัตโนมัติ3.2 การวางแผนการพัฒนา 3.3 การพัฒนาและจัดระบบสำนักงานอัตโนมัติ3.4 การประเมินผลการปฏิบัติงานและการปรับเปลี่ยน(4) สิ่งสำคัญในการวางแผน ข้อมูลพื้นฐานที่จะต้องทราบก่อนการวางแผนคือ4.1 ข้อมูลหน่วยงาน4.2 ข้อมูลสถานภาพปัจจุบันของหน่วยงาน4.3 ข้อมูลลักษณะของหน่วยงาน4.4 ข้อมูลผู้ใช้4.5 ระบบการสื่อสาร4.6 ลักษณะของระบบสารสนเทศที่ใช้4.7 การสนับสนุนเมื่อทราบข้อมูลที่จำเป็นแล้วผู้วางแผนอาจจะจัดทำแผนการพัฒนาขึ้นโดยใช้เทคนิคต่างๆหรือใช้มาตรฐานการวางแผนงานที่หน่วยงานกำหนดขึ้น เช่นอาจใช้วิธีการเขียนแผนงานเป็นผังงานแกนต์หรือแกนต์ชาร์ต ซึ่งในแผนภาพดังกล่าวจะต้องแสดงระยะเวลาในการดำเนินภารกิจและรายการภารกิจต่างๆ ดังนี้ กำหนดทีมงาน จัดประชุมชี้แจง รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ความต้องการ ออกแบบระบบงาน เลือกอุปกรณ์และระบบงาน พัฒนาโปรแกรมเพิ่มเติม ติดตั้งอุปกรณ์และระบบงาน ทดสอบอุปกรณ์และระบบงาน จัดทำคู่มือ ฝึกอบรม ปรับเปลี่ยนข้อมูลเดิม เปลี่ยนระบบ ประเมินผลการดำเนินงาน ปรับปรุงแก้ไข(5) วิธีการพัฒนา หน่วยงานสามารถพัฒนาหรือจัดหาระบบงานคอมพิวเตอร์มาใช้งานได้ 6 แบบ ดังนี้ 5.1 การจัดทำระบบงานเองโดยเจ้าหน้าที่คอมพิวเตอร์ 5.2 การจัดทำระบบงานเองโดยกลุ่มผู้ใช้ระบบ5.3 การว่าจ้างบริษัทภายนอก 5.4 การซื้อระบบงานมาตรฐาน 5.5 การซื้อระบบงาน 5.6 การจัดซื้อบริการ(6) วัฏจักรพัฒนาระบบสำนักงานอัตโนมัติ6.1 การศึกษาวิเคราะห์ความต้องการ6.2 การออกแบบระบบ6.3 การสร้างและการติดตั้งระบบ6.4 การทดสอบระบบงาน6.5 การเตรียมตัวใช้งานระบบ6.6 การเปลี่ยนระบบ6.7 การประเมินและปรับปรุงระบบ
10.ในการเรียนการสอนมีปัญหาอะไรบ้างจะมีวิธีแก้ปัญหาอย่างไร
ตอบ มีปัญหาบ้างเล็กน้อยที่บางครั้งยังตามอาจารย์ไม่ค่อยทัน อาจจะมีบ้างที่ไม่เข้าใจในเนื้อหาที่เรียนแต่ก็พยายามที่จะศึกษาถามกับเพื่อนต้องพยายามตั้งใจฟังเนื้อหาที่อาจารย์สอนให้มากกว่านี้
11.สรุปวิวัฒนาการของสำนักงานอัตโนมัติ
ตอบ ระบบปฏิบัติการสำนักงานอัตโนมัติ หมายถึงสำนักงานซึ่งได้รับการพิจารณาคัดสรรงานต่างๆ ที่มีคุณสมบัติ เหมาะสมมาจัดการเปลี่ยนแปลงวิธีการปฏิบัติงานเดิม ซึ่งมักจะเป็นการปฏิบัติด้วยมือมาเป็นแบบกึ่งอัตโนมัติ หรือ แบบอัตโนมัติสมบูรณ์แบบ นอกจากนั้นยังครอบคลุมรวมถึงการใช้ระบบสำนักงานอัตโนมัติที่พัฒนาขึ้นให้สามารถบริหารการสืบค้นเอกสาร ภาพ หรือข้อมูลจากแหล่งจัดเก็บต่างๆ ในสำนักงาน - แผนกต่างๆ เพื่อส่งมอบให้แก่ ผู้ร้องขอซึ่งมีสิทธิ์ นำไปประมวลผลให้ได้ข่าวสารที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน หรือบริหารงานของสำนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
วันพุธที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2551
กล้องวิดีโอจับภาพทะลุกำแพงได้

สำหรับอุปกรณ์ตัวนี้ เพิ่งจะได้เห็นว่ามันทำงานได้จริงก็ตอนนี้ล่ะ Xaver 3-D “Through-Wall Vision” จาก Camero เป็นกล้องวิดีโอที่สามารถจับภาพที่อยู่เบื้องหลังกำแพง หรือผนังกั้นได้ โดยทางการทหารสามารถใช้เครื่องมือนี้ในการตรวจสอบจำนวน และตำแหน่งของข้าศึก เพื่อเข้าโจมตี ตลอดจนช่วยตัวประกันที่ถูกซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังผนังคอนกรีตได้นั่นเองลองดู VDO กัน
เจ้าอุปกรณ์ทีว่านี้จะทำให้คุณสามารถมองเห็นคนที่อยู่เบื้อหลังผนังห้อง หรือกำแพงได้ด้วยการแสดงผลเป็นกราฟิก 3 มิติ Xaver 3-D ทำงานได้ด้วยการส่งคลื่นวิทยุ Ultra Wide Band(UWB) ทะลุทะลวงผ่านกำแพง หรือประตูเข้าไป ทำให้อุปกรณ์สามารถมองเห็นคน หรือสิ่งของที่อยู่ในห้องได้ โดยคลื่น UWB จะสะท้อนกลับมา หลังจากที่มันกระทบวัตถุหรือสิ่งมีชีวิตที่อยู่เบื้องหลังกำแพงผ่านกล้องแสดงผลที่สามารถสร้างภาพขึ้นมาได้แบบเรียลไทม์ นอกจากจะนำไปใช้ในทางการทหารได้แล้ว มันยังสามารถนำไปใช้ตรวจสอบ เพื่อช่วยเหลือผู้เคราะห์ร้ายที่ติดอยู่ในอาคารที่ไฟไหม้ หรือมีกลุ่มควันได้อีกด้วย
เจ้าอุปกรณ์ทีว่านี้จะทำให้คุณสามารถมองเห็นคนที่อยู่เบื้อหลังผนังห้อง หรือกำแพงได้ด้วยการแสดงผลเป็นกราฟิก 3 มิติ Xaver 3-D ทำงานได้ด้วยการส่งคลื่นวิทยุ Ultra Wide Band(UWB) ทะลุทะลวงผ่านกำแพง หรือประตูเข้าไป ทำให้อุปกรณ์สามารถมองเห็นคน หรือสิ่งของที่อยู่ในห้องได้ โดยคลื่น UWB จะสะท้อนกลับมา หลังจากที่มันกระทบวัตถุหรือสิ่งมีชีวิตที่อยู่เบื้องหลังกำแพงผ่านกล้องแสดงผลที่สามารถสร้างภาพขึ้นมาได้แบบเรียลไทม์ นอกจากจะนำไปใช้ในทางการทหารได้แล้ว มันยังสามารถนำไปใช้ตรวจสอบ เพื่อช่วยเหลือผู้เคราะห์ร้ายที่ติดอยู่ในอาคารที่ไฟไหม้ หรือมีกลุ่มควันได้อีกด้วย

วันอังคารที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2551
คิดอย่างไรไม่ให้เครียด
ความเครียดนั้นมีกันทุกคน แต่ละมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสภาพปัญหาการคิดการประเมินสถานการณ์ของแต่ละคน ถ้าคิดว่าปัญหาไม่ร้ายแรงแก้ไขได้โดยง่าย ก็จะไม่เครียด แต่ถ้าหากว่าปัญหานั้นยิ่งใหญ่ ร้ายแรง แก้ไขลำบาก ก็จะทำให้เครียดมาก หากว่ามีความเครียดในระดับที่พอดี ๆ ก็จะช่วยให้มีพลัง มีความกระตือรือร้นในการต่อสูงชีวิต ฟันฝ่าอุปสรรคต่าง ๆ ได้ ซึ่งนี่เองคือข้อดีของความเครียด ไม่ใช่ว่าเครียดจะไม่มีส่วนดี ๆ เอาเสียเลย
สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดความเครียดมี 2 ประการคือ
1. สภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิต เช่น ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาครอบครัว ปัญหาสังคม ปัญหาการปรับตัว ปัญหาการเรียน ฯลฯ ปัญหาเหล่านี้ล่วนเป็นตัวกระตุ้นอย่างดีที่จะทำให้เกิดความเครียดได้
2. การคิดและการประเมินสถานการณ์ของบุคคล จะสังเกตได้ว่าคนที่มองโลกในแง่ดี มีอารมณ์ขัน ใจเย็น จะมีความเครียดน้อยกว่าคนที่มองโลกในแง่ร้าย เอาจริงเอาจัง ใจร้อนและวู่วาม
จากสาเหตุที่สำคัญนี้ ความเครียดจะไม่เกิดจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่จะเกิดจากทั้งสองสาเหตุประกอบกันคือ มีสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตเป็นตัวกระตุ้น แล้วมีความคิดและการประเมินสถานการณ์เป็นตัวบ่งว่าจะเครียดมากเครียดน้อยเพียงใด
เมื่อปัญหากระตุ้นให้เกิดความเครียด การลดความเครียดจึงจำเป็นที่จะต้องรู้วิธีคิดที่ถูกต้องเหมาะสม ซึ่งวิธีคิดที่เหมาะสมได้แก่
1. คิดในแง่ยืดหยุ่นให้มากขึ้น อย่าเอาจริงเอาจัง เข้มงวดจับผิด หรือตัดสินถูกผิดตัวเอง หรือผู้อื่นตลอดเวลา รู้จักผ่อนหนัก ผ่อนเบา ผ่อนสั้น ผ่อนยาว ลดทิฐิมานะและที่สำคัญควรรู้จักการให้อภัยก็จะทำให้ชีวิตมีความสุขขึ้น และมีความเครียดน้อยลง
2. คิดอย่างมีเหตุผล ไม่ด่วนเชื่ออะไรง่าย ๆ ไม่ด่วยสรุปอะไรง่าย ๆ ให้พยายามใช้เหตุผลตรวจสอบข้อเท็จจริง ความเป็นไปได้ ไตร่ตรองให้รอบคอบ เพราะนอกจากจะไม่ทำให้ตกเป็นเหยื่อให้ใครหลอกเอาง่าย ๆ แล้ว ยังสามารถตัดความกังวลใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปได้อีกด้วย
3. คิดหลาย ๆ แง่มุม มองหลาย ๆ ด้าน ทั้งด้านดีและไม่ดี พึงระลึกไว้เสมอว่า ทุกอย่างมีข้อดีและข้อไม่ดีประกอบกันทั้งสิ้น จึงไม่ควรมองด้านใดด้านหนึ่งเพียงด้านเดียวให้ใจเป็นทุกข์ และที่สำคัญ ควรหัดคิดหัดมองในมุมของคนอื่นด้วย อย่างที่เขาเรียกว่าเอาใจเขามาใส่ใจเรา ก็จะช่วยให้เรามองอะไรได้กว้างไกลกว่าเดิม
4. คิดแต่เรื่องดี ๆ เพราะหากว่าเราคิดแต่เรื่องร้าย ๆ เรื่องความล้มเหลวผิดหวังหรือเรื่องที่เป็นทุกข์ ก็จะทำให้เครียดมากขึ้น ควรคิดถึงเรื่องดี ๆ ให้มาก ๆ นอกจากไม่ทำให้เครียดแล้วยังทำให้สบายใจมากขึ้นด้วย
5. คิดถึงคนอื่นบ้าง อย่าหมกมุ่นแต่เรื่องของตัวเองเท่านั้น เปิดใจให้กว้างรับรู้ความรู้สึกและความเป็นไปของคนอื่นและคนใกล้ชิด ใส่ใจที่จะช่วยเหลือแก้ไขปัญหาของผู้อื่นในสังคม บางครั้งจะพบว่า ปัญหาหรือความเครียดที่กำลังเผชิญอยู่นั้นเป็นเรื่องเล็กนิดเดียวเมื่อเทียบกับปัญหาของผู้อื่น ซึ่งความรู้สึกแบบนี้จะทำให้เครียดน้อยลง จะช่วยให้รู้สึกดีขึ้น และยิ่งถ้าสามารถช่วยให้ผู้อื่นแก้ไขปัญหาได้ ก็จะทำให้สุขใจมากขึ้นเป็นทวีคูณเลยทีเดียว
สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดความเครียดมี 2 ประการคือ
1. สภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิต เช่น ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาครอบครัว ปัญหาสังคม ปัญหาการปรับตัว ปัญหาการเรียน ฯลฯ ปัญหาเหล่านี้ล่วนเป็นตัวกระตุ้นอย่างดีที่จะทำให้เกิดความเครียดได้
2. การคิดและการประเมินสถานการณ์ของบุคคล จะสังเกตได้ว่าคนที่มองโลกในแง่ดี มีอารมณ์ขัน ใจเย็น จะมีความเครียดน้อยกว่าคนที่มองโลกในแง่ร้าย เอาจริงเอาจัง ใจร้อนและวู่วาม
จากสาเหตุที่สำคัญนี้ ความเครียดจะไม่เกิดจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่จะเกิดจากทั้งสองสาเหตุประกอบกันคือ มีสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตเป็นตัวกระตุ้น แล้วมีความคิดและการประเมินสถานการณ์เป็นตัวบ่งว่าจะเครียดมากเครียดน้อยเพียงใด
เมื่อปัญหากระตุ้นให้เกิดความเครียด การลดความเครียดจึงจำเป็นที่จะต้องรู้วิธีคิดที่ถูกต้องเหมาะสม ซึ่งวิธีคิดที่เหมาะสมได้แก่
1. คิดในแง่ยืดหยุ่นให้มากขึ้น อย่าเอาจริงเอาจัง เข้มงวดจับผิด หรือตัดสินถูกผิดตัวเอง หรือผู้อื่นตลอดเวลา รู้จักผ่อนหนัก ผ่อนเบา ผ่อนสั้น ผ่อนยาว ลดทิฐิมานะและที่สำคัญควรรู้จักการให้อภัยก็จะทำให้ชีวิตมีความสุขขึ้น และมีความเครียดน้อยลง
2. คิดอย่างมีเหตุผล ไม่ด่วนเชื่ออะไรง่าย ๆ ไม่ด่วยสรุปอะไรง่าย ๆ ให้พยายามใช้เหตุผลตรวจสอบข้อเท็จจริง ความเป็นไปได้ ไตร่ตรองให้รอบคอบ เพราะนอกจากจะไม่ทำให้ตกเป็นเหยื่อให้ใครหลอกเอาง่าย ๆ แล้ว ยังสามารถตัดความกังวลใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปได้อีกด้วย
3. คิดหลาย ๆ แง่มุม มองหลาย ๆ ด้าน ทั้งด้านดีและไม่ดี พึงระลึกไว้เสมอว่า ทุกอย่างมีข้อดีและข้อไม่ดีประกอบกันทั้งสิ้น จึงไม่ควรมองด้านใดด้านหนึ่งเพียงด้านเดียวให้ใจเป็นทุกข์ และที่สำคัญ ควรหัดคิดหัดมองในมุมของคนอื่นด้วย อย่างที่เขาเรียกว่าเอาใจเขามาใส่ใจเรา ก็จะช่วยให้เรามองอะไรได้กว้างไกลกว่าเดิม
4. คิดแต่เรื่องดี ๆ เพราะหากว่าเราคิดแต่เรื่องร้าย ๆ เรื่องความล้มเหลวผิดหวังหรือเรื่องที่เป็นทุกข์ ก็จะทำให้เครียดมากขึ้น ควรคิดถึงเรื่องดี ๆ ให้มาก ๆ นอกจากไม่ทำให้เครียดแล้วยังทำให้สบายใจมากขึ้นด้วย
5. คิดถึงคนอื่นบ้าง อย่าหมกมุ่นแต่เรื่องของตัวเองเท่านั้น เปิดใจให้กว้างรับรู้ความรู้สึกและความเป็นไปของคนอื่นและคนใกล้ชิด ใส่ใจที่จะช่วยเหลือแก้ไขปัญหาของผู้อื่นในสังคม บางครั้งจะพบว่า ปัญหาหรือความเครียดที่กำลังเผชิญอยู่นั้นเป็นเรื่องเล็กนิดเดียวเมื่อเทียบกับปัญหาของผู้อื่น ซึ่งความรู้สึกแบบนี้จะทำให้เครียดน้อยลง จะช่วยให้รู้สึกดีขึ้น และยิ่งถ้าสามารถช่วยให้ผู้อื่นแก้ไขปัญหาได้ ก็จะทำให้สุขใจมากขึ้นเป็นทวีคูณเลยทีเดียว
วันอาทิตย์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2551
วันพุธที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2551
พักการเรียน3รุ่นพี่โหด

มทร. ธัญบุรี ไฟเขียวอ้าแขนรับ เหยื่อ รับน้องโหด ย้ายเข้ามาศึกษาต่อได้ทันที หลังผู้บริหารสถานศึกษาเดิมประสานให้รับเข้าเรียนต่อ ด้านกลุ่มรุ่นพี่-อาจารย์สำนึกผิดตบเท้าขอขมาผู้ปกครองกันหน้าจ๋อย ทำเอาเด็กคนเจ็บไม่ติดใจเอาเรื่อง 6 รุ่นพี่ เผาขนเพชร-จู๋แช่น้ำผสมพริก ยันสมัครใจทำเอง ส่วน 3 ผู้คุมด่านจุดไฟเผาหลังน้อง ถูกพักการเรียนแล้ว 1 ปี แถมยังโดนตร.ส่งลายนิ้วมือ ตรวจสอบประวัติอาชญากร พร้อมสรุปสำนวนส่งอัยการทันที “อ.ครุศาสตร์ จุฬาฯ” จวกยับแนวคิด บุญลือ ลงโทษรุ่นพี่เชือดไก่ให้ลิงดู เป็นการใช้ความรุนแรงเข้ามาจัดการ แนะเป็นรัฐมนตรีจะพูดเพื่อความสะใจไม่ได้ จากเหตุการณ์รับน้องสุดโหดผสมเล่น พิเรนทร์เกินจะรับได้ จนกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต กรณีนายโก้ (นามสมมุติ) อายุ 20 ปี ชาว จ.สุราษฎร์ธานี นักศึกษาชั้นปี 1 คณะวิศวกรรมอุตสาหการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ เข้าแจ้งความกับตำรวจทุ่งมหาเมฆ เอาผิดรุ่นพี่ปี 2 สถาบันเดียวกัน หลังโดนรับน้องด้วยวิธีที่ป่าเถื่อนรุนแรงจนได้รับบาดเจ็บแผ่นหลังถูกเผาเป็นแผลไหม้เกรียม อย่างไรก็ตามหลังเกิดเรื่องฉาวรุ่นพี่ 3 คนที่ใช้เหล็กเฟืองนาบหลังพ่นสีสเปรย์และจุดไฟแช็กใส่ รีบเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ เบื้องต้นแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่น ส่วนรุ่นพี่อีก 6 คน ที่เผาขนเพชร-บังคับจุ่มอวัยวะเพศในน้ำผสมพริก ยังไม่ยอมเข้ามอบตัว ขณะที่มหาวิทยาลัยต้นสังกัดสั่งตั้งกรรมการสอบ ระบุหากผิดจริงถูกพักการเรียน 1 ปี ต่างกับนายบุญลือ ประเสริฐโสภา รมช. ศึกษาธิการ ประกาศลั่นโดนโทษอาญาแล้วต้องให้ออกสถานเดียว เป็นการเชือดไก่ให้ลิงดู ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องที่สังคมจับตามอง ที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ วันที่ 18 มิ.ย. พ.ต.อ.กิตติพันธุ์ จุนทการ ผกก.สน.ทุ่งมหาเมฆ เปิดเผยความคืบหน้ากรณีรับน้องโหดว่า พนัก งานสอบสวนได้นำตัวนายโก้ไปตรวจบาดแผลที่โรงพยาบาลจุฬาฯ เพื่อนำใบรับรองแพทย์มาประกอบสำนวน ส่งอัยการฟ้องรุ่นพี่ 3 คน โดยผลรับรองแพทย์ระบุผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บจริง แต่ไม่ถึงสาหัส เนื่องจากแพทย์ระบุต้องใช้เวลารักษาบาดแผลเพียง 14 วัน ทั้งนี้ถ้าจะแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องรักษาตัวไม่น้อยกว่า 20 วัน ทางเจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหารุ่นพี่ 3 คนในข้อหา ร่วมกันทำร้ายร่างกายให้ได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ ผกก.ทุ่งมหาเมฆ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องที่ยังเหลือรุ่นพี่อีก 6 คน ยังไม่เข้ามอบตัว เป็นกลุ่มรุ่นพี่ที่คุมฐานไฟแช็กเผาขนเพชร และเอาอวัยวะเพศจุ่มน้ำผสมพริกนั้น เจ้าหน้าที่ไม่ได้เรียกทั้ง 6 คนมาสอบปากคำแต่อย่างใด เนื่องจากไม่มีผู้เสียหายมาแจ้งความ ทั้งนี้การกระทำดังกล่าวไม่ได้เป็นการกระทำให้เกิดอันตรายแก่ร่างกาย อีกทั้งจากการสอบปากคำผู้เสียหายเบื้องต้นก็ให้การว่า ฐานที่รุ่นพี่ 6 คนใช้ไฟแช็กเผาขนเพชรกับใช้อวัยวะเพศจุ่มน้ำผสมพริกนั้น ไม่ได้เป็นการบังคับขู่เข็ญ แต่เป็นการถามความสมัครใจมากกว่า ผู้เสียหายจึงแจ้งความเอาผิดเรื่องการใช้สเปรย์ฉีดผ่านไฟแช็กใส่หลังจนได้รับบาดเจ็บเป็นแผลพุพองเท่านั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ส่งลายนิ้วมือของรุ่นพี่ทั้ง 3 คนไปตรวจสอบทะเบียนประวัติอาชญากรที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก่อนสรุปสำนวนให้อัยการ ส่งตัวผู้ต้องหาฟ้องที่ศาลแขวงพระนครใต้ เวลา 10.00 น. ในวันที่ 19 มิ.ย. ด้าน ผศ.เฉลิม มัติโก อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) กรุงเทพ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.ที่ผ่านมา ตนโทรศัพท์ไปหา รศ.ดร.นำยุทธ์ สงค์ธนาพิทักษ์ อธิการบดี มทร.ธัญบุรี และ ผศ.ดร.สมชัย หิรัญวโรดม คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ ของ มทร.ธัญบุรี ซึ่งเป็นเครือข่ายเดียวกัน ขอความอนุเคราะห์ในการรับนายโก้เข้าศึกษาต่อใน มทร.ธัญบุรี ซึ่ง รศ.ดร.นำยุทธ์ และผศ.ดร.สมชัย ยินดีที่จะรับนายโก้เข้าศึกษาต่อในภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์เรียบร้อยแล้ว และก็ได้แจ้งให้นายโก้ทราบแล้วด้วย โดยในวันที่ 19 มิ.ย.นี้ ให้ไปรายงานตัวได้เลย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ทราบว่ารุ่นพี่ทุกคน รวมทั้งอาจารย์ในสาขาวิชาวิศวกรรมอุตสาหการ ก็เสียใจด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ทราบว่ารุ่นพี่และอาจารย์ของคณะดังกล่าวได้ไปขอขมาผู้ปกครองและนายโก้แล้ว ส่วนการลงโทษรุ่นพี่ที่ก่อเหตุ 3 คน ได้สั่งการให้ลงโทษพักการเรียน 1 ปีไปแล้ว นายบุญลือ ประเสริฐโสภา รมช. ศึกษาธิการ กล่าวว่า รุ่นพี่ที่ออกมาบอกว่าการรับน้องที่เกิดขึ้นเป็นประเพณี และรุ่นน้องสมัครใจนั้น ตนมองว่าการกระทำดังกล่าวรุนแรงไม่เหมาะสม และผิดกฎหมาย ที่สำคัญเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ไม่ควรจะยึดถือเป็นประเพณี จะมาอ้างว่ารุ่นน้องสมัครใจไม่ได้ เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่ว่าให้นักเรียนออกมารับผิดชอบคนเดียว อาจารย์-ผู้บริหารต้องร่วมรับผิดชอบด้วย ตนได้กำชับ ดร.สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เร่งสอบสวนข้อเท็จจริง หากพบมีความผิดก็ให้ดำเนินการสอบสวนทางวินัยทันที เพราะถือว่ากระทรวงฯเตือนไปแล้วเรื่องการรับน้อง ขณะที่ รศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า การลงโทษโดยพักการเรียน 1 ปี ถือว่าหนักพอควร เพราะเด็กต้องเสียโอกาสเรียน และเสียโอกาสทำงานอีก 1 ปี ระหว่างนี้ควรให้รุ่นพี่ไปบำเพ็ญประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมรับน้อง เช่น ไปเป็นวิทยากรเดินสายพูดเรื่องผลกระทบจากการรับน้องโหดที่ส่งผลต่ออนาคตของตนเอง เพื่อให้เพื่อน ๆ นิสิตนักศึกษามหาวิทยาลัยต่าง ๆ รู้ถึงผลที่เกิดขึ้น ส่วนที่นายบุญลือ ระบุว่าต้อง การลงโทษรุ่นพี่เป็นการเชือดไก่ให้ลิงดูนั้น ตนเห็นว่าเป็นการนำความรุนแรงเข้ามาจัดการ คนเป็นรัฐมนตรีจะพูดเพื่อความสะใจอย่างเดียวไม่ได้ ต้องดูข้อเท็จจริงด้วย เพราะสังคมไทยมีความรุนแรงมากพอแล้ว การห้ามรับน้องมาก ๆ จะเป็นการกดดันให้รุ่นพี่แอบไปรับน้องลับหลัง หรือนอกสถานที่ได้ การจะออกมาตรการใดเกี่ยวกับรับน้อง ต้องให้พอดี และให้นิสิตนักศึกษาร่วมแสดงความคิดเห็นด้วย ด้านสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต สำรวจความเห็นประชาชนทั่วไป นักเรียน นักศึกษา และผู้ปกครองที่มีบุตรหลานอยู่ในวัยเรียนจำนวน 1,088 คน ระหว่างวันที่ 17-18 มิ.ย. เรื่องประชาชนคิดอย่างไรกับการรับน้อง โดยมีหัวข้อดังนี้ 1.ประชาชนเห็นด้วยกับภาพ รวมของประเพณีการรับน้องหรือไม่ ตอบว่าเห็นด้วย 47.31% ไม่เห็นด้วย 37.07% เฉย ๆ 15.62% 2.ความคิดเห็นที่มีต่อการรับน้องปัจจุบัน คำตอบ ใช้ความรุนแรงมากขึ้น 27.90% เป็น ประเพณีที่ยึดถือปฏิบัติมานาน 23.89% ได้รับการปลูกฝังแบบผิด ๆ 19.27% และอื่น ๆ อีก 28.94% 3.วิธีที่ดีที่สุดในการรับน้อง จัดกิจกรรมที่ทำประโยชน์ให้สังคม 29.09% ปฏิบัติตามกฎของสถาบัน 25.18% 4.สาเหตุที่ทำให้เกิดความรุนแรง คึกคะนอง 30.45% ขาดการดูแลจากอาจารย์ 21.29% เก็บกดจากที่เคยถูกกระทำมาก่อน 19.22% ไม่มีจิตสำนึก 16.49% และมีของมึนเมาเข้ามาเกี่ยวข้อง 12.55%.
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



