วันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2551
สรุปงานที่อาจารย์สอน
การจัดการสารสนเทศส่วนบุคคลทุกองค์การทั้งภาครัฐและเอกชนต้องมีการวางแผนด้านต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความสำเร็จในการประกอบกิจการจึงเกิดแนวคิดใหม่ที่เรียกว่า การจัดการสารสนเทศส่วนบุคคล อดีตสารสนเทศที่ได้รับนั้นไม่มีมากเท่ากับในปัจจุบัน ส่วนใหญ่อาศัยกระดาษเป็นหลักมักมีตู้เก็บเอกสารเป็นส่วนประกอบ ยังใช้จนถึงปัจจุบัน เมื่อไมโครคอมพิวเตอร์มีบทบาทในวงการต่าง ๆ แต่ละบุคคลได้รับสารสนเทศมากขึ้น สังคมได้เปลี่ยนแปลงทำให้คนหันมาให้ความสนใจนำคอมพิวเตอร์มาช่วยในการสารสนเทศส่วนบุคคล ระบบการจัดการสารสนเทศส่วนบุคคลในรูปแบบคอมพิวเตอร์มีความแตกต่างทั้งด้านรูปลักษณ์ ระดับความสามารถในการทำงานและราคา แต่มีองค์ประกอบที่เหมือนกับระบบที่ใช้หลักการจัดการฐานข้อมูล คือ ส่วนรับเข้า ส่วนประมวลผล ส่วนแสดงผลประเภทของระบบการจัดการสารสนเทศส่วนบุคคลการจำแนกตามรูปลักษณ์ ได้แก่ ประเภทโปรแกรมสำเร็จ ใช้กับไมโครคอมพิวเตอร์ทั้งใช้งานอิสระและผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ภายในองค์กร ฟังก์ชันการทำงานหลัก ได้แก่ ฟังก์ชันนัดหมาย ฟังก์ชันติดตามงาน และ ฟังก์ชันการติดต่อสื่อสาร ประเภทโปรแกรมสำเร็จที่ใช้ในงานสำนักงานทั่วไป ประเภทอุปกรณ์เฉพาะการจำแนกตามฟังก์ชันการทำงาน ได้แก่ ประเภทพื้นฐาน มีความซับซ้อนน้อย ประกอบด้วยฟังก์ชันที่มีระดับสามารถในการทำงานไม่ซับซ้อน ได้แก่ ฟังก์ชันนัดหมายส่วนบุคคล ฟังก์ชันติดตามส่วนบุคคล และ ฟังก์ชันติดต่อสื่อสารแบบพื้นฐานของผู้มาติดต่อประเภทกึ่งซับซ้อน มีความซับซ้อนมากกว่าระบบที่อยู่ในประเภทพื้นฐาน ประกอบด้วยฟังก์ชั่นทั่วไปทั้งหมดของประเภทพื้นฐานและเพิ่มฟังก์ชันติดตามงานกลุ่มเข้าไปประเภทซับซ้อน เป็นระบบที่มีความซับซ้อนมากที่สุด ประกอบด้วยฟังก์ชั่นทั้งหมดของสองประเภทแรกและเพิ่มฟังก์ชันการติดต่อสื่อสารแบบซับซ้อนทั้งผ่านโทรศัพท์และผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ระบบนัดหมายส่วนบุคคลหรือปฏิทินการทำงานส่วนบุคคลเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่พบในระบบจัดการสารสนเทศส่วนบุคคลโดยทั่วไป มีลักษณะคล้ายสมุดนัดหมายส่วนบุคคลเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการบริหารเวลาให้มีการใช้เวลาได้อย่างคุ้มค่าระบบนัดหมายกลุ่ม เป็นระบบคอมพิวเตอร์ที่ช่วยในการประชุม เป็นการพัฒนาการที่เกี่ยวข้องกับระบบนัดหมายส่วนบุคคล คือเป็นการนำปฏิทินการทำงานในระบบคอมพิวเตอร์ของสมาชิกแต่ละคนมารวมกันและแสดงผลข้อมูลบนหน้าจอคอมพิวเตอร์พร้อมกัน ระบบจะแสดงช่วงเวลาสมาชิกทุกคนมีเวลาว่างพร้อมกันเพื่อผู้ใช้ระบบเลือกเอาเวลาที่เหมาะสมสำหรับการประชุม ระบบติดตามงานส่วนบุคคล เป็นโปรแกรมอรรถประโยชน์ เป็นเครื่องมือที่สำคัญอย่างหนึ่งในการบริหารงานและเวลาของแต่ละบุคคล ปัญหาที่พบในการบริหารเวลาที่พบคือการที่พยายามทำงานให้เสร็จภายในวันเดียว ผัดวันประกันพรุ่งจึงต้องทำงานอย่างเร่งรีบในตอนท้าย ระบบติดตามงานส่วนบุคคลจะช่วยแก้ปัญหาได้โดยเริ่มจากการบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับงานที่ต้องทำเข้าสู่ระบบและจัดลำดับงานตามความสำคัญ ระบบติดตามงานกลุ่ม เป็นการนำระบบติดตามงานส่วนบุคคลมาใช้ประโยชน์ในการบริหารระบบองค์การการที่จะทำให้ระบบติดตามงานกลุ่มสำเร็จนั้น บุคลากรจะต้องใช้ระบบงานส่วนบุคคลในการบริหารงานและเวลาของตนและใช้ระบบเดียวกันเทคโนโลยีพีดีเอ เป็นเทคโนโลยีระบบจัดการสารสนเทศส่วนบุคคลที่สำคัญ เครื่องพีดีเอเป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เฉพาะที่รวมฮาร์ดแวร์และซอฟแวร์ไว้ด้วยกัน พัฒนาขึ้นเพื่อการจัดการสารสนเทศเพียงอย่างเดียวคุณลักษณะของพีดีเอ จะถ่ายโอนข้อมูลจากไมโครคอมพิวเตอร์สู่พีดีเอโดยช่องทางการสื่อสาร อนาคตมีแนวโน้มว่าจะใช้เสียงพูดในการนำข้อมูลเข้าสู่ระบบ เครื่องพีดีเอมีความจำขนาดใหญ่สามารถขยายได้โดยใช้การ์ดพีซี เครื่องพีดีเอมีความสามารถด้านการสื่อสารโดยอาศัยเทคโนโลยีทั้งแบบมีสายและไร้สาย ในปัจจุบันการสื่อสารของพีดีได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สามารถรองรับสารสนเทศทุกรูปแบบได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ฟังก์ชันของเครื่องพีดีเอคือ ฟังก์ชันนัดหมายส่วนบุคคล ฟังก์ชันติดตามงานส่วนบุคคล และ ฟังก์ชันติดต่อสื่อสาร การสื่อสารของพีดีเอ เทคโนโลยีเซลลูลาร์ เป็นเทคโนโลยีที่ใช้กับโทรศัพท์เคลื่อนที่ เป็นระบบที่ใช้สัญญาณแอนาล็อกมีความเร็วในการสื่อสารต่ำคุณภาพสัญญาณไม่ดี ระบบเซลลูลาร์กำลังได้รับการพัฒนาใหม่เป็นระบบที่อาศัยสัญญาณดิจิตัลมีความเร็วในการสื่อสารสูงเร็วกว่าเดิมเทคโนโลยีอินฟราเรด ใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้สัญญาณลำแสงพุ่งออกจากอุปกรณ์บังคับระยะไกล จะใช้ในการส่งข้อมูลเป็นการสื่อสารแบบสองทาง มีโพรโทคอลไออาร์ดีเอเป็นมาตรฐานที่สนับสนุนการรับส่งข้อมูลผ่านระบบอินฟราเรดระหว่างอุปกรณ์กับอิเล็กทรอนิกส์
วันเสาร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2551
เม้าส์คอมพิวเตอร์อาจถูกเลิกใช้ในอีก 3 ถึง 5 ปีข้างหน้า

เม้าส์คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ควบคู่กับเครื่องคอมพิวเตอร์มานานเกือบ 40 ปี แต่ล่าสุด บริษัทวิจัยการ์ทเนอร์ คาดว่า เม้าส์คอมพิวเตอร์อาจถูกเลิกใช้ในอีก 3 ถึง 5 ปีข้างหน้า เพราะนักวิทยาศาสตร์ได้พัฒนาวิธีสั่งการเครื่องคอมพิวเตอร์ได้อย่างหลากหลายมากขึ้น อาจใช้วิธีจิ้มนิ้วไปที่หน้าจอ หรือ ใช้วิธีจดจำใบหน้าผู้ใช้งาน นักวิเคราะห์ของการ์ทเนอร์ มองว่า เม้าส์คอมพิวเตอร์อาจใช้ได้ดีกับเครื่องคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ แต่ถ้าเป็นคอมพิวเตอร์เพื่อให้ความบันเทิงในบ้าน หรือคอมพิวเตอร์แบบพกพา การกดปุ่มคำสั่งโดยใช้วิธีลากเม้าส์จะหมดความหมายไปในทันทีหลายบริษัทกำลังปรับปรุงรูปแบบการใช้คอมพิวเตอร์ โดยไม่ต้องมีสายเม้าส์มาคอยควบคุมให้ยุ่งยาก เช่น บริษัทไมโครซอฟท์ ที่พัฒนาคอมพิวเตอร์แบบจอสัมผัส หรือ ทัช สกรีน เพียงแค่ใช้นิ้วจิ้มไปที่หน้าจอ ก็สามารถควบคุมการใช้งานของเครื่องได้แล้ว คอมพิวเตอร์บางเครื่อง แค่ให้ผู้ใช้งานครอบอุปกรณ์บางอย่างบนศีรษะ แล้วใช้วิธีสั่งเครื่องโดยการคิด อุปกรณ์ชุดนี้จะหาซื้อได้ในเดือนกันยายน นอกจากเม้าส์คอมพิวเตอร์แล้ว อุปกรณ์รีโมทคอนโทรล ก็มีแนวโน้มจะใช้งานน้อยลงเช่นกัน เพราะล่าสุด พานาโซนิก ได้พัฒนาโทรทัศน์ให้จดจำใบหน้าของผู้ใช้งานเอาไว้ เมื่อต้องการเปิดโทรทัศน์ ก็แค่ไปยืนหน้าจอ จากนั้น จะมีเมนูช่องต่างๆ ผุดขึ้นมาให้เลือก ผู้ใช้งานเพียงแค่ขยับมือ โทรทัศน์ก็จะเปลี่ยนช่องให้ตามที่เลือกไว้ ส่วนโซนี่ และแคนนอน ก็กำลังพัฒนากล้องถ่ายภาพเคลื่อนไหว และกล้องถ่ายรูป ให้ใช้วิธีจดจำใบหน้าผู้คนให้ได้เช่นกัน บางรุ่นตั้งโปรแกรมจะถ่ายภาพเฉพาะคนยิ้มเท่านั้น ถ้าไปเจอคนกำลังยิ้ม กล้องก็จะถ่ายภาพเองโดยอัตโนมัติ
วันจันทร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2551
ฤดูหนาวรับประทานอะไรดี
สำหรับการรับประทานอาหารในช่วงฤดูหนาว สาวๆ อย่างเราควรเลือกรับประทานอาหารที่ร้อนและปรุงเสร็จใหม่ๆ ควรมีรสเปรี้ยวอมขมเล็กน้อย และรสเผ็ด เช่น แกงส้มดอกแค แกงขี้เหล็ก แกงป่า สะเดาน้ำปลาหวาน และน้ำพริก เพราะธรรมชาติจะปรับเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ผักพื้นบ้านและพืชสมุนไพรในฤดูต่างๆ ก็เปลี่ยนไปเช่นเดียวกัน ในฤดูหนาว มักจะมีสมุนไพรพื้นบ้าน เช่น สะเดา ซึ่งมีรสขม เมื่อกินแล้วจะช่วยแก้ไข้ ทำให้เจริญอาหาร ขี้เหล็กมีสรรพคุณช่วยระบาย ดอกแคแก้ไข้หัวลม ซึ่งสาว WP ควรเลือกรับประทานผักพื้นบ้านที่มีอยู่ตามฤดูกาล ส่วนการเลือกเครื่องดื่มในช่วงหน้าหนาวนี้ ควรจะเป็นเครื่องดื่มร้อนๆ เช่น น้ำขิง ชาสมุนไพร เพื่อช่วยให้ชุ่มคอ ลดอาการไอ แก้หวัด ซึ่งป้องกันการเป็นหวัดในช่วงนี้ได้อีกทางหนึ่งด้วย
สมุนไพรดูแลผิวพรรณ+ น้ำมันงา นำงาดิบประมาณ 1 ถ้วย โขลกให้ละเอียด บีบเอาน้ำมันจากงาเก็บไว้ในขวด ทาผิวตอนเช้าและก่อนนอน น้ำมันงาจะช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ลดอาการแห้งแตกและคัน+ ขมิ้นชัน มีสรรพคุณช่วยลดอาการคันและช่วยลดอาการผดผื่นตามผิวหนัง เพียงนำขมิ้นชันสดมาล้างให้สะอาด โขลกให้ละเอียด บีบน้ำที่ได้นำมาทาผิว หลังอาบน้ำเช้า-เย็น แต่อาจจะมีสีของขมิ้นติดตามเสื้อผ้าที่สวมใส่ + ผิวมะกรูด น้ำมันที่ผิวของมะนาวและมะกรูด จะช่วยเคลือบผิว ให้ชุ่มชื้น ลดอาการคัน ลดการอักเสบ โดยนำมะนาวที่ใช้แล้ว ส่วนบริเวณผิวด้านนอกของมะนาว มาทาผิวบริเวณที่แห้งคัน เช้า-เย็น ก็จะช่วยลดอาการคันได้
สมุนไพรดูแลผิวพรรณ+ น้ำมันงา นำงาดิบประมาณ 1 ถ้วย โขลกให้ละเอียด บีบเอาน้ำมันจากงาเก็บไว้ในขวด ทาผิวตอนเช้าและก่อนนอน น้ำมันงาจะช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ลดอาการแห้งแตกและคัน+ ขมิ้นชัน มีสรรพคุณช่วยลดอาการคันและช่วยลดอาการผดผื่นตามผิวหนัง เพียงนำขมิ้นชันสดมาล้างให้สะอาด โขลกให้ละเอียด บีบน้ำที่ได้นำมาทาผิว หลังอาบน้ำเช้า-เย็น แต่อาจจะมีสีของขมิ้นติดตามเสื้อผ้าที่สวมใส่ + ผิวมะกรูด น้ำมันที่ผิวของมะนาวและมะกรูด จะช่วยเคลือบผิว ให้ชุ่มชื้น ลดอาการคัน ลดการอักเสบ โดยนำมะนาวที่ใช้แล้ว ส่วนบริเวณผิวด้านนอกของมะนาว มาทาผิวบริเวณที่แห้งคัน เช้า-เย็น ก็จะช่วยลดอาการคันได้
วันอาทิตย์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2551
อัสนี วสันต์ เวิลด์ ทัวร์ ไลฟ์ อิน อุบลฯ

ผ่านพ้นไปแล้วคอนเสิร์ต คนหัวใจสิงห์ อัสนี-วสันต์ เวิลด์ ทัวร์ ไลฟ์ อิน อุบลราชธานี ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความชุ่มฉ่ำ สนุกสนาน ม่วนอีหลีของหมู่เฮาชาวอีสาน ที่แห่กันมาชมความมันกันอย่างเนืองแน่น เต็มกองบิน 21 หลังจากที่ไปสร้างความม่วนใจ ให้กับชาวลำพูนไปหยกๆ ทั้งคู่ก็ไม่รอช้ามุ่งหน้าสู่แดนดินถิ่นเกิดอีสานต่อทันที เพื่อส่งคำขอบคุณจากสิงห์ ให้หมู่ชาวเมืองดอกบัวงาม และจังหวัดใกล้เคียง กับคอนเสิร์ตครั้งประวัติศาสตร์ ฉลอง 75 ปี บุญรอดบริวเวอรี่ คนหัวใจสิงห์ อัสนี-วสันต์ เวิลด์ ทัวร์ ไลฟ์ อิน อุบลราชธานี และสิ่งที่ย้ำกระแสฮิตของ 2 สิงห์พี่น้องไม่เสื่อมคลาย คงหนีไม่พ้น การตอบรับจากแฟนๆขาร็อกชาวอีสาน ที่หลั่งไหลมาร่วมฟังพลังร็อกอย่างเนืองแน่นไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นคน ล้นความจุสนามกองบินเลยทีเดียว แต่ก่อนที่จะเริ่มคอนเสิร์ต ฝนได้กระหน่ำเทลงมาแต่แฟนๆ ก็ไม่หวั่น ยังคงปักหลักเพื่อรอชมคอนเสิร์ตของป้อมโต๊ะอย่างไม่ลดละ
จนถึงเวลาสำคัญ เมื่อคอนเสิร์ตเริ่ม เสียงกรี๊ด ด้วยความสะใจที่ 2 สิงห์พี่น้องออกมาให้ความสุข มันถึงแก่นม่วนอีหลี สะใจคักๆ โยกกันกระจาย สมกับการรอคอย ซึ่ง 2 สิงห์พี่น้อง ได้นำเพลงฮิตจากหลายอัลบั้ม เริ่มต้นด้วย เพลงกรุงเทพมหานคร ตามด้วยวัวลืมตัว สุขใจ หัวใจสะออน และเพิ่มความมันด้วยเมดเลย์เต็มชุดทั้งบังอรเอาแต่นอน ไอเลิฟยู ตาอยู่ ข้าวเย็น และที่ขาดไม่ได้คือเพลง คนหัวใจสิงห์ ที่เอาไปให้กำลังใจทุกคนด้วย โดยครั้งนี้ได้เพิ่มเพลงจากการทัวร์ครั้งก่อนๆ เพราะมีเสียงเรียกร้อง จึงได้เพิ่มเพลงอยากให้อยู่ได้ไหม ปากเธอแข็ง และอีกบางเพลงเพื่อเป็นสีสันเพิ่มมากขึ้น
เลขาอาเซียนเสนอตัวแก้ขัดแย้งพท.ทับซ้อน
เลขาธิการอาเซียน "สุรินทร์ พิศสุวรรณ" เสนอตัวเข้าไปแก้ไขปัญหาความขัดแย้งพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา
นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ อาเซียน ออกมาให้สัมภาษณ์ ระหว่างการเข้าประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ที่ประเทศสิงคโปร์ โดยได้ออกมาเรียกร้องให้ทั้งรัฐบาลไทยและกัมพูชา ใช้ความอดกลั้นอย่างถึงที่สุด ในการคลี่คลายปัญหาความขัดแย้งเรื่องพื้นที่ทับซ้อนระหว่างทั้งสองประเทศ รวมทั้งได้เสนอตัวที่จะเข้าให้ความช่วยเหลือในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว นอกจากนี้ เลขาธิการอาเซียน ยังได้เตือนรัฐบาลกัมพูชาว่า ไม่ควรที่จะส่งเรื่องร้องทุกข์ หรือ แสวงหาหนทางในการให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เข้ามาแทรกแซงในการหาทางคลี่คลายวิกฤตการณ์ ในเรื่องดังกล่าวด้วย อีกทั้งทั้งสองประเทศ ยังควรที่จะเร่งแสดงให้เห็นถึงความต้องการ ในการที่จะขานรับไมตรีจิต และข้อเรียกร้องจากประเทศในกลุ่มสมาชิกอาเซียน ที่มุ่งหวังจะเห็นทั้งสองประเทศสามารถแสวงหาแนวทางในการสร้างสามัคคีและความเป็นปึกแผ่นให้กับกลุ่มอาเซ๊ยนจากวิกฤตการณ์ดังกล่าว ได้
นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ อาเซียน ออกมาให้สัมภาษณ์ ระหว่างการเข้าประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ที่ประเทศสิงคโปร์ โดยได้ออกมาเรียกร้องให้ทั้งรัฐบาลไทยและกัมพูชา ใช้ความอดกลั้นอย่างถึงที่สุด ในการคลี่คลายปัญหาความขัดแย้งเรื่องพื้นที่ทับซ้อนระหว่างทั้งสองประเทศ รวมทั้งได้เสนอตัวที่จะเข้าให้ความช่วยเหลือในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว นอกจากนี้ เลขาธิการอาเซียน ยังได้เตือนรัฐบาลกัมพูชาว่า ไม่ควรที่จะส่งเรื่องร้องทุกข์ หรือ แสวงหาหนทางในการให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เข้ามาแทรกแซงในการหาทางคลี่คลายวิกฤตการณ์ ในเรื่องดังกล่าวด้วย อีกทั้งทั้งสองประเทศ ยังควรที่จะเร่งแสดงให้เห็นถึงความต้องการ ในการที่จะขานรับไมตรีจิต และข้อเรียกร้องจากประเทศในกลุ่มสมาชิกอาเซียน ที่มุ่งหวังจะเห็นทั้งสองประเทศสามารถแสวงหาแนวทางในการสร้างสามัคคีและความเป็นปึกแผ่นให้กับกลุ่มอาเซ๊ยนจากวิกฤตการณ์ดังกล่าว ได้
วันจันทร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2551
อันตรายจากพยาธิและเชื้อโรค
เพื่อลดต้นทุนในการผลิต เกษตรกรบางรายได้นำเอาอุจจาระของคน หรืออุจจาระ สัตว์สด มา ใช้เป็นปุ๋ยรดผักตามแหล่งเพาะปลูกต่างๆ ซึ่งจะมีผลทำให้มีการปน เปื้อนของไข่พยาธิ ตัว อ่อนพยาธิ และเชื้อโรคระบบทางเดินอาหารชนิดต่างๆ ใน ผักสดที่จำหน่ายตามท้องตลาด โดยทั่วไป ผักที่พบไข่พยาธิ หรือตัวอ่อนพยาธิ หรือเชื้อโรคได้มาก มักจะเป็นผัก ชนิดที่ใบไม่ เรียบ และซ้อนกันมากๆ เช่น ผักกาดขาว ผักสะระแหน่ ผักชี ต้นหอม กะหล่ำปลี ฯลฯ ซึ่งเป็น ผักสดที่คนไทยนิยมบริโภคสดๆ ทำให้มีโอกาสรับประทาน ตัวอ่อน หรือไข่พยาธิ หรือเชื้อโรค เข้าไปได้มาก ทำให้เป็นโรคพยาธิได้ เช่น โรค พยาธิตืดหมู โรคพยาธิแส้ม้า โรคพยาธิ ไส้เดือน เป็นต้น หรือโรคระบบทางเดิน อาหาร เช่น โรคบิด โรคอหิวาต์ โรคไทฟอยด์ เป็นต้น
อันตรายจากสารพิษตกค้าง ปัจจุบันมีการใช้สารพิษทางเกษตรเพื่อป้องกัน และกำจัดศัตรูพืชกันอย่างแพร่ หลาย โดยที่ เกษตรกรผู้ใช้ขาดความรู้ ความเข้าใจที่ดี ทำให้มีสารพิษตกค้างใน ผักสดที่วางจำหน่ายใน ท้องตลาดทั่วไป ทั้งนี้ เนื่องจากการใช้สารพิษกำจัดศัตรู พืชในปริมาณที่มากเกินความจำ เป็น หรือการใช้สารพิษร่วมกันหลายชนิด หรือ การเก็บผลผลิตก่อนครบกำหนดระยะเวลาที่ กำหนดหลังจากการใช้สารพิษ ทำให้สารพิษยังสลายตัวไม่หมด เกิดการตกค้างในผักสดได้ เมื่อได้รับสารพิษเข้าไปในปริมาณน้อยๆ แต่บ่อยครั้งเป็นเวลานานจะสะสมเพิ่ม ปริมาณ มากขึ้น จนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์จนกลายเป็นเซลล์มะเร็ง ลุกลามไปยังส่วน ต่างๆ ของร่างกายได้ เช่น มะเร็งของตับ มะเร็งของลำไส้ เป็น ต้น สำหรับผักสดที่พบว่ามีสารพิษตกค้างอยู่มาก ได้แก่ ถั่วฝักยาว กะหล่ำปลี คะน้า กวางตุ้ง ดอกกะหล่ำ ถั่วแขก บวบ เป็นต้น การเลือกซื้อผักสดให้สะอาดและปลอดภัย จากอันตรายของ พิษภัยที่ปนเปื้อนมากับผักสดที่วางจำหน่ายในท้องตลาดทั่วไป จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องรู้จักวิธี
การล้างผักสดลดพิษภัย เพื่ออนามัยครอบครัว เพื่อให้ได้บริโภคผักสดที่สะอาด ปลอดภัย มีอนามัยสมบูรณ์ ขอแนะนำวิธีการลด ปริมาณ เชื้อโรค ไข่พยาธิ ตัวอ่อนพยาธิ และสารพิษตกค้างในผักสด ด้วยวิธีดังต่อ ไปนี้ 1 ปอกเปลือก หรือลอกเปลือกชั้นนอกของผักสดออก แกะเป็นกลีบ หรือแกะใบออกจากต้น 2 ล้างผักสดด้วยน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง และคลี่ถูใบ หรือล้างด้วยการใช้น้ำก็อก ไหลผ่าน ผักสดนานอย่างน้อย 2 นาที หรือใช้สารละลายอื่นๆ ในการล้าง ดังนี้ ใช้น้ำยาล้างผัก (ตามวิธีที่ผู้ผลิตแนะนำ) หรือ ใช้น้ำคลอรีน (ผงปูนคลอรีน ครึ่งช้อนชา ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ใช้น้ำเกลือ (เกลือ 2 ช้อนโต๊ะพูน ต่อน้ำ 4 ลิตร) หรือ ใช้น้ำโซดา (โซเดียมไปคาร์บอเนต 1 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 4 ลิตร) หรือ ใช้น้ำส้มสายชู (น้ำส้มสายชู ครึ่งถ้วย ต่อน้ำ 4 ลิตร) (เลือกวิธีที่สะดวกอย่างใดอย่างหนึ่ง) แล้วจึงนำผักสดมาล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง ก็สามารถลดหรือขจัดพิษภัยต่างๆ ใน ผักสดออกได้ ผู้บริโภคก็จะปลอดภัยในการบริโภคผักสด ข้อมูล: กองสุขาภิบาลอาหาร กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
อันตรายจากสารพิษตกค้าง ปัจจุบันมีการใช้สารพิษทางเกษตรเพื่อป้องกัน และกำจัดศัตรูพืชกันอย่างแพร่ หลาย โดยที่ เกษตรกรผู้ใช้ขาดความรู้ ความเข้าใจที่ดี ทำให้มีสารพิษตกค้างใน ผักสดที่วางจำหน่ายใน ท้องตลาดทั่วไป ทั้งนี้ เนื่องจากการใช้สารพิษกำจัดศัตรู พืชในปริมาณที่มากเกินความจำ เป็น หรือการใช้สารพิษร่วมกันหลายชนิด หรือ การเก็บผลผลิตก่อนครบกำหนดระยะเวลาที่ กำหนดหลังจากการใช้สารพิษ ทำให้สารพิษยังสลายตัวไม่หมด เกิดการตกค้างในผักสดได้ เมื่อได้รับสารพิษเข้าไปในปริมาณน้อยๆ แต่บ่อยครั้งเป็นเวลานานจะสะสมเพิ่ม ปริมาณ มากขึ้น จนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์จนกลายเป็นเซลล์มะเร็ง ลุกลามไปยังส่วน ต่างๆ ของร่างกายได้ เช่น มะเร็งของตับ มะเร็งของลำไส้ เป็น ต้น สำหรับผักสดที่พบว่ามีสารพิษตกค้างอยู่มาก ได้แก่ ถั่วฝักยาว กะหล่ำปลี คะน้า กวางตุ้ง ดอกกะหล่ำ ถั่วแขก บวบ เป็นต้น การเลือกซื้อผักสดให้สะอาดและปลอดภัย จากอันตรายของ พิษภัยที่ปนเปื้อนมากับผักสดที่วางจำหน่ายในท้องตลาดทั่วไป จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องรู้จักวิธี
การล้างผักสดลดพิษภัย เพื่ออนามัยครอบครัว เพื่อให้ได้บริโภคผักสดที่สะอาด ปลอดภัย มีอนามัยสมบูรณ์ ขอแนะนำวิธีการลด ปริมาณ เชื้อโรค ไข่พยาธิ ตัวอ่อนพยาธิ และสารพิษตกค้างในผักสด ด้วยวิธีดังต่อ ไปนี้ 1 ปอกเปลือก หรือลอกเปลือกชั้นนอกของผักสดออก แกะเป็นกลีบ หรือแกะใบออกจากต้น 2 ล้างผักสดด้วยน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง และคลี่ถูใบ หรือล้างด้วยการใช้น้ำก็อก ไหลผ่าน ผักสดนานอย่างน้อย 2 นาที หรือใช้สารละลายอื่นๆ ในการล้าง ดังนี้ ใช้น้ำยาล้างผัก (ตามวิธีที่ผู้ผลิตแนะนำ) หรือ ใช้น้ำคลอรีน (ผงปูนคลอรีน ครึ่งช้อนชา ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ใช้น้ำเกลือ (เกลือ 2 ช้อนโต๊ะพูน ต่อน้ำ 4 ลิตร) หรือ ใช้น้ำโซดา (โซเดียมไปคาร์บอเนต 1 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 4 ลิตร) หรือ ใช้น้ำส้มสายชู (น้ำส้มสายชู ครึ่งถ้วย ต่อน้ำ 4 ลิตร) (เลือกวิธีที่สะดวกอย่างใดอย่างหนึ่ง) แล้วจึงนำผักสดมาล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง ก็สามารถลดหรือขจัดพิษภัยต่างๆ ใน ผักสดออกได้ ผู้บริโภคก็จะปลอดภัยในการบริโภคผักสด ข้อมูล: กองสุขาภิบาลอาหาร กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
วันเสาร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2551
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

